ฝ่ายกฎหมายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหาในการบรรยายที่สถาบันพระปกเกล้าเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ว่าสื่อโฆษณาหาเสียงของนายชัชชาติมีป้ายเกินขนาดและผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่าการหาเสียงของนายชัชชาติได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ และได้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการ
สื่อโฆษณาบนรถสาธารณะไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง
ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่าสื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะ รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน และจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่เข้าข่ายเป็น “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 เนื่องจากระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ต้องเป็นแผ่นป้ายที่ทำจากกระดาษ กระดาน หรือวัสดุคล้ายคลึงกันที่มีความแข็งแรง ยึดติดกับโครงไม้ โครงโลหะ หรืออาคาร ส่วน “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ต้องพิมพ์บนกระดาษหรือวัสดุคล้ายกระดาษ ติดตั้งบนอาคารหรือสิ่งที่เคลื่อนที่ไม่ได้
สื่อโฆษณาของนายชัชชาติซึ่งเป็นสติกเกอร์ติดบนพาหนะที่เคลื่อนที่ได้จึงไม่เข้าลักษณะดังกล่าว และระเบียบ กกต. ก็ไม่ได้ห้ามการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการอื่น โดยในข้อ 23 ระบุให้ “เอกสาร” หรือ “วิดีทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ เท่านั้น จึงสรุปได้ว่ากฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือจากป้ายและประกาศแบบเดิม
ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงต้องแจ้ง กกต.
ฝ่ายกฎหมายอ้างถึงประกาศ กกต. เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ซึ่งระบุว่าค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึงค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ และค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง ดังนั้น กกต. อนุญาตให้มีการโฆษณาในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งทีมงานนายชัชชาติได้ทำหนังสือแจ้งรายละเอียดการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ยื่นต่อ กกต. แล้ว
นอกจากนี้ กกต. เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาบนรถโดยสารสาธารณะว่า ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องนำมาคำนวณและต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนด และการติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะไม่ถือว่ารถคันนั้นเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” เว้นแต่ผู้สมัครจะจ้างให้เป็นพาหนะหาเสียงโดยตรง
กกต. ยืนยันสามารถหาเสียงบนรถสาธารณะได้
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ในการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะสามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
ทีมกฎหมายของนายชัชชาติจึงขอให้สาธารณชนรับทราบว่าการหาเสียงของนายชัชชาติเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ พร้อมแนะนำให้นางมัลลิกาตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นต่อสาธารณะ



