วิเคราะห์บทบาท 'บิ๊กเล็ก' รมว.กลาโหม กับความท้าทายในพรรคภูมิใจไทย
วิเคราะห์บทบาท 'บิ๊กเล็ก' กับความท้าทายในพรรคภูมิใจไทย

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ย้ำบนเวทีปราศรัยอย่างชัดเจนว่า 3 เทคโนแครตจากภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาส และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะยังคงเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือไม่มีชื่อของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือที่รู้จักในนาม "บิ๊กเล็ก" อยู่ในรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีกลาโหมเลย

บทบาทสำคัญในสถานการณ์ชายแดน

แม้พล.อ.ณัฐพล จะมีบทบาทไม่น้อยในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปลายปี 2568 ที่เขาเป็นประธานฝ่ายไทยในการลงนามข้อตกลงหยุดยิงของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ที่จังหวัดจันทบุรี แต่หลังจากนั้น ข่าวของ "บิ๊กเล็ก" ก็แทบจะหายไปจากหน้าสื่อ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชาเผาป่า ทำให้มีควันคละคลุ้งตามแนวชายแดนเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงได้เห็นเขากลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง

การตอบโต้และความสำคัญของข่าว

พล.อ.ณัฐพล ได้ต่อสายถึง พล.อ.เตีย เซยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา เพื่อซัดเรื่องทหารเขมรไร้วินัยที่เผาป่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบจนเกิดเหตุบานปลายได้ รวมถึงมีการใส่ร้ายทหารไทยว่ายิงทหารกัมพูชา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นเจตนาของกัมพูชาว่ายังต้องการปั่นป่วนไทยไม่เลิก อาจหวังใช้ควันไฟก่อกวนทหารไทยในแนวหน้าหรืออำพรางการกระทำบางอย่าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แต่ที่น่าแปลกใจคือ ข่าวการตอบโต้ของ "บิ๊กเล็ก" ในครั้งนี้ไม่ได้เปรี้ยงปร้างหรือเป็นข่าวใหญ่อะไร ทั้งที่เป็นการปรามกัมพูชาไม่ให้ฮึกเหิม โดยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีเหตุการณ์ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด ค.40 ใส่จุดลาดตระเวนของทหารไทยบริเวณพรานหินแปดก้อน ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งหลายคนหวั่นว่าจะนำไปสู่การปะทะรอบ 3

วิเคราะห์จุดด้อยและสไตล์การทำงาน

พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ความเห็นว่า สิ่งนี้สะท้อนจุดด้อยของ "บิ๊กเล็ก" ในเรื่องบารมีที่ยังจำกัด เพราะหากเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีในเรื่องเดียวกันนี้ จะเป็นข่าวใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่า นอกจากนี้ สไตล์การทำงานของเขายังเน้นแบบตั้งรับมากไป แทนที่บางเรื่องควรเปิดเกมรุก ทำให้ไม่ทันเกมฝ่ายตรงข้าม และควรสื่อสารกับชาวโลกมากกว่านี้

พล.ท.พงศกร ย้ำว่า ในกรณีเผาป่า ไทยควรกล่าวหาฝ่ายกัมพูชาว่ามีเจตนา ซึ่งจะนำไปสู่การไร้วินัย ไม่ใช่แค่ซัดว่าขาดวินัย เพราะจะมีน้ำหนักกว่า แต่หากเปลี่ยนเป็นนายอนุทิน ไปนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแทน ข้อดีคือน้ำหนักในคำพูดจะเป็นข่าวในต่างประเทศมากขึ้น แต่ข้อด้อยคือเขามักพลั้งปากพูดไวเกินไป ดังเห็นได้ชัดจากครั้งที่พูดว่าไม่มีปฏิญญากัวลาลัมเปอร์แล้วและยกเลิกข้อตกลงสันติภาพ 4 ข้อที่ได้ลงนาม ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การปะทะรุนแรงรอบ 2

ปัญหาหลักเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม

ในมุมของ "เสธ.โหน่ง" ปัญหาหลักคือไม่มีคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือเทียบเท่า "บิ๊กเล็ก" ในเวลานี้ แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลโปรโมทพล.อ.ณัฐพล น้อยเกินไป ทำให้เขาขาดบารมีและไร้แสงสว่าง แม้ว่าหากพูดถึงผลงานของเขา แม้จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเพียง 3-4 เดือนรวมรักษาการ แต่ล่าสุดในการประชุมสภากลาโหมที่เขาเป็นประธาน ได้มีการเดินหน้าออกมาตรการเสริมความเข้มข้นแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 5 ข้อ

มาตรการเหล่านี้รวมถึงการสร้างรั้วถาวรในจุดที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน เช่น คลองลึกและทมอดา ส่วนบางจุดอาจใช้รูปแบบรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นการยกระดับการรับมือสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรม หลังจากถกเถียงเรื่องนี้มานานแต่ยังไม่เคยเป็นจริง

การตัดสินใจสุดท้ายและความท้าทายในพรรค

การตัดสินใจสุดท้ายว่าจะให้ "บิ๊กเล็ก" ได้ไปต่อหรือนายอนุทินจะไปนั่งควบตำแหน่งเอง จะขึ้นอยู่กับแกนนำในพรรคภูมิใจไทย ด้านหนึ่งอาจเป็นความท้าทายด้านศักยภาพของนายอนุทิน และอีกด้านหนึ่ง เพื่อบริหารจัดการความต้องการของคนในพรรค โดยเฉพาะ "บ้านใหญ่" เนื่องจากจะช่วยลดโควต้าและจำนวนรัฐมนตรีจากคนนอกพรรค ไม่ต้องมาเบียดเบียนคนในพรรค อย่างน้อยก็อีก 1 คน

ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับนายสีหศักดิ์ที่โต้กัมพูชาในวง UNHRC เกี่ยวกับการบิดเบือนและใส่ร้ายไทยอย่างยั่วยุซ้ำซาก ซึ่งเปิดเกมตั้งรัฐบาลและกดดันฝ่ายค้าน รวมถึงการจับตา "ธรรมนัส" หลังมีข่าวสะพัดเกี่ยวกับ "กล้าธรรม" ตกขบวนร่วมรัฐบาล