การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งสะดุด รอ กกต.รับรองผล-ดีลกล้าธรรมยังไม่ปิด
จัดตั้งรัฐบาลสะดุด รอ กกต.รับรอง-ดีลกล้าธรรมไม่ปิด

การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งสะดุด รอ กกต.รับรองผล-ดีลกล้าธรรมยังไม่ปิด

ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ดูเหมือนจะคืบหน้าเกือบได้ข้อสรุป หรือที่เรียกกันว่า "ปิดดีล" แต่กลับมีเหตุสะดุดขึ้นมา เหตุผลหลักมาจากการรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ อีกเหตุผลหนึ่งมาจากดีลกับพรรคกล้าธรรม ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ท่ามกลางกระแส "งัดข้อและต่อรอง" กันอย่างต่อเนื่องระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ

ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและปฏิกิริยาต่อข่าวลือ

แกนนำพรรคภูมิใจไทยคนหนึ่งแย้มมาว่า ดีลจัดตั้งรัฐบาลใกล้จะจบลงแล้ว แต่หัวหน้าพรรคกลับบอกว่า สถานการณ์ยังเหมือนเดิม เพราะในขณะนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่และมีการปรับปรุงบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สส. ในหลายเขต จึงยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องดีลอะไรทั้งนั้น สอดคล้องกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวนัดหารือโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกับภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการประสานงานมา และก่อนหน้านี้ยังไม่มีการรายละเอียดเรื่องกระทรวงใดๆ

ท่ามกลางข้อสังเกตถึงกระแสข่าวนี้ อาจเป็นไปได้ว่า "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" จับมือกันปล่อยข่าวเพื่อสร้างแรงกดดันให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ หลังโพสต์ภาพถ่ายชมแสงเหนือที่ประเทศฟินแลนด์ ก่อนประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทั้งที่ก่อนหน้ามีกำหนดลาพักผ่อนในต่างประเทศเป็นเวลา 2 สัปดาห์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายและกลยุทธ์การจัดตั้งรัฐบาล

ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องการได้เสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียงขึ้นไป เพื่อต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และคาดการณ์ถึงการเตรียมทาบกลุ่ม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน แกนนำพรรคกล้าธรรม ที่มีอยู่เพียง 9 เสียงเท่านั้น มาร่วมสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนการจัดสรรโควตารัฐมนตรี หากมีจำนวนเสียงในสภาผู้แทนราษฎรตามเสียงที่วางไว้ คาดว่าเพื่อไทยน่าจะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี 1 รัฐมนตรีว่าการ 4 และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 4 ตำแหน่ง เบื้องต้นเป็นกระทรวงด้านสังคม

มุมมองนักวิชาการและปัจจัยที่ซับซ้อน

รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มองว่าการที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ตอบรับพรรคกล้าธรรม เกิดจากปัจจัยภาพลักษณ์ที่อาจถูกข้อครหา หรือนำไปสู่การยื่นตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง รวมถึงการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ ที่มีอยู่อย่างจำกัด และกลเกมการเมืองของพรรคกล้าธรรม

แต่หากไม่มีพรรคกล้าธรรมก็ยากอีก เพราะทำให้พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับที่ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล มีอำนาจต่อรองสูงมาก และได้ทุกอย่าง เช่นเดียวกับตอนตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีภูมิใจไทยร่วม

นักวิชาการยังมองว่า แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคการเมืองอันดับที่ 2 หรือ 3 ถือว่ามีดุลอำนาจมาก ซึ่งหากอยากเดินหน้าต่อในระยะยาวจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ สร้างเสถียรภาพ สร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองที่ดี หรือแม้แต่การต่อรองเอาพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาร่วมรัฐบาล แทนพรรคกล้าธรรม เพราะอย่างน้อยประชาธิปัตย์ยังจะคอยถ่วงดุลอำนาจของพรรคเพื่อไทยได้