ภูมิใจไทยรวบรวมเสียงเกือบ 300 เสียง เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลผสม
สถานการณ์การเมืองไทยยังคงเขย่าไม่ลงตัว โดยเฉพาะประเด็นที่พรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่ที่แน่ชัดคือพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กเพิ่มเติมจากเดิม ประกอบด้วยพรรคประชาชาติ 5 เสียง และไทยสร้างไทยอีก 2 เสียง
ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีแจกเงินเลี้ยงดู สส.พรรคเล็ก
ท่ามกลางการขยับขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีกล่าวหา "แจกกล้วย" หรือการจ่ายเงินเลี้ยงดู สส.พรรคเล็กเดือนละ 1 แสนบาท พบมี สส.และเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องนับ 100 คน วงเงินสูงกว่า 200-300 ล้านบาท
คดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากข่าวในช่วงอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 11 คน ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงปี 2565 โดย ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีนี้เป็นทางการในช่วงปลายปี 2567 ปัจจุบันมี สส.และอดีต สส.จำนวน 5 รายปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา
ภูมิใจไทยรวบรวมเสียงเพิ่ม ประชาชาติ 5 เสียงสนับสนุน
หากมองผิวเผิน การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยหรือรัฐบาลอนุทินยังอยู่ระหว่างเก็บเล็กผสมน้อยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ล่าสุดในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มี สส.พรรคประชาชาติ 5 รายได้แก่ นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส และนายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ อดีตผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ มาเปิดตัวสนับสนุนค่ายสีน้ำเงินจัดตั้งรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้ไร้เงาของพันตำรวจโททวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งมีรายงานว่าจะกลับไปทำงานการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย หลังก่อนหน้านี้ส่งลูกชายคือนายรวิศ สอดส่องลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยแต่ไม่ได้รับเลือก
กล้าธรรมยังไม่ชัดเจน เรียกร้องกระทรวงเกรดเอ
ขณะที่ "ไฟลต์บิน" ยุโรปเดินทางดูแสงเหนือของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีเสียง 58 สส.ยังเป็นดังเดิม แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่การที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยออกมาระบุว่า "จุดยืนเราเหมือนเดิมคือรอการยืนยันจาก กกต. เวลานี้จนถึงวันนั้นก็เปิดให้ทุกพรรคมาแสดงจุดยืน"
แม้ยังไม่มีข้อยุติหรือสัญญาณใดๆ จากค่ายสีน้ำเงิน แต่มีโยนหินจากพรรคกล้าธรรมว่าได้มีการหารือระหว่างสมาชิกพรรคว่าหากเข้าร่วมรัฐบาล สิ่งที่ต้องต่อรองคือเก้าอี้ในกระทรวงระดับเกรดเอ เช่น กระทรวงมหาดไทย เกษตรและสหกรณ์ และคมนาคม ควรอยู่ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง และหากไม่ได้ตามข้อเสนอก็จะยอมเป็นฝ่ายค้านไปก่อนเพื่อรอการเลือกตั้งในครั้งต่อไป
แหล่งข่าวระบุว่า "ร้อยเอกธรรมนัสจะเดินทางไปยุโรป มีกำหนดกลับวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ในพรรคคุยกันว่าประธานที่ปรึกษาพรรคไม่รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็ได้ แต่โค้วตากระทรวงเกรดเอต้องให้พรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง ส่วนกระทรวงอื่นๆ ก็จัดสรรตามสัดส่วน ในส่วนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มา 9 คนก็ต้องได้ 1 กระทรวงเช่นกัน"
ยอดเสียงสนับสนุนรัฐบาลอนุทินใกล้ 300 เสียง
สำหรับยอดตัวเลข สส.จากพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลอนุทินคาดว่าอยู่ที่ 298 เสียง จากพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง เพื่อไทย 74 เสียง พลังประชารัฐ 5 เสียง ประชาชาติ 5 เสียง ไทรวมพลัง 6 เสียง เศรษฐกิจ 3 เสียง ไทยสร้างไทย 2 เสียง เพื่อชาติไทย 2 เสียง รวมอีก 8 พรรคการเมืองที่ได้ สส.พรรคละ 1 เสียงคือพรรคใหม่ ประชาธิปัตย์ใหม่ รวมใจไทย ไทยทรัพย์ทวี พลังประชาชน มิติใหม่ ทางเลือกใหม่ รวมทั้งนางรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ว่าที่ สส.อุตรดิตถ์จากพรรคโอกาสใหม่ อีก 1 เสียงที่จะเข้ากับกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรีของนายสุชาติ ชมกลิ่น
หากรวมเสียงจนถึงขณะนี้ "ค่ายน้ำเงิน" จะได้ สส.เกือบ 300 เสียง ในทางการเมืองมีการประเมินกันว่าหากกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล อาจมีการเจรจา "ค่ายสีฟ้า" พรรคประชาธิปัตย์อีก 22 เสียง เป็นรัฐบาลรวม 320 เสียง ซึ่งสูตรดังกล่าวมีโอกาสและความเป็นไปได้สูง
เพื่อไทยยังไม่ถอนตัว ความขัดแย้งภายในยังไม่ลงตัว
กลับไปดูโอกาสการถอนตัวของพรรคเพื่อไทย หลังนายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตรที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่พบสัญญาณใดๆ ทั้งจากกลุ่มของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจและนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย
แม้จะมีข้อมูลว่าการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคในสัดส่วน "กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจและวงศ์สวัสดิ์" ยังไม่ลงตัว ทำให้นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์อาจไม่ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและต้องมีการเกลี่ยกันใหม่ นายสมชายกล่าวว่า "นายทักษิณไม่ได้อยู่ในฐานะที่ออกมาทำอะไรได้ ส่วนรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ให้เจ้าตัวเป็นคนตัดสินใจเอง ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเพราะไม่ใช่ผู้บริหารพรรค"
อนาคตรัฐบาลผสมยังต้องจับตา
แม้เพื่อไทยและภูมิใจไทยจะเคยมีความบาดหมางกันมาก่อนในหลายๆ เรื่องและคดีความ ผลัดกันรุกและรับ แต่เมื่อเจือสมในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หากได้รวมกับกล้าธรรมยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าครูใหญ่บุรีรัมย์จะจัดวางอย่างไร หากเป็นไปตามไทมไลน์คาดว่าไม่เกินวันที่ 15 มีนาคม 2569 คณะกรรมการเลือกตั้งจะรับรองผลการเลือกตั้งได้ทั้งหมด และรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยคงต้องมีการกระชับเก้าอี้ให้ลงตัวอีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดความอลหม่าน
โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมจากเค้าลางที่ปรากฏก็พอคะเนความเสี่ยงได้ว่าจะไปต่อหรือถูกเท สูตรใหม่รัฐบาลอนุทินยังต้องจับตาการเคลื่อนไหวของทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป



