การเมืองไทยดื้อเดินหน้าต่อ จับแพะชนแกะ ปมเลือกตั้ง-ตั้งรัฐบาลร้อนแรง
การเมืองดื้อเดินหน้าต่อ ปมเลือกตั้ง-ตั้งรัฐบาลร้อนแรง

การเมืองไทยยังคงเดินหน้าต่อด้วยการจับแพะชนแกะ ปมเลือกตั้งร้อนแรง

ในวงการการเมืองไทย บางครั้งก็มีการดื้อดึงเดินหน้าต่อไป โดยอาศัยการจับแพะชนแกะ ซึ่งอาจมีเหตุผลที่เหมาะสมบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นการตะแบงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่องการเลือกตั้งที่ผู้คนจากหลายภาคส่วนต่างเคลื่อนไหวกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.รับผิดชอบ หรือมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบความผิดพลาดและบกพร่องหลายประการ

การที่มีการร้องเรียนไปยังหลายศาล ก็กลายเป็นข้ออ้างหนึ่งที่ฝ่ายการเมืองหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลว่า ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะมีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมหรือไม่ เพราะต้องรอให้ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ เสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งนี่เป็นแนวทางที่แตกต่างจากกรณีของพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก ที่กลับเปิดหน้าตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปก่อนหน้าแล้ว

พรรคกล้าธรรมปฏิเสธข่าวเข้าร่วมครม. ย้ำรอผลเลือกตั้งจบก่อน

สำหรับกระแสข่าวที่ว่าพรรคกล้าธรรมอาจหลุดจากโผคณะรัฐมนตรีหรือครม. นั้น ยังคงถูกปฏิเสธจากแกนนำพรรคอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยเขายืนยันว่า ยังไม่มีอะไรมากไปกว่าคำแถลงของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ต้องรอให้ผลการเลือกตั้งจบสิ้นลงก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังซัดว่า ที่ผ่านมามีเพียงสื่อเท่านั้นที่ประโคมข่าวเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีเสียงยืนยันจากนายอนุทินเลย นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า การที่พรรคเพื่อไทยไปแถลงข่าวจับมือร่วมกันตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมไม่เคยทำอย่างนั้น พร้อมทั้งย้อนถามสื่อด้วยว่า พรรคกล้าธรรมเคยทำอย่างนั้นหรือไม่

แม้ว่าความจริงแล้ว พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส และ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค เคยไปแสดงยินดีและสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการตั้งรัฐบาลอนุทิน 1 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ปมคลิปเสียงและการลาพรรค สร้างความสงสัยในความมุ่งมั่น

สำหรับปมคลิปเสียงกับอังเคิ่ล ร.อ.ธรรมนัสยังอ้างเหตุผลการลาพรรคยาวเพื่อไปยุโรปดูแสงเหนือ หลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สส.ของพรรคในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นปุบปับ แต่เป็นเรื่องที่วางแผนล่วงหน้าเป็นปี

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานหลังการเลือกตั้ง ที่จะตัดสินว่าพรรคจะได้เข้าร่วมกับรัฐบาลหรือไม่ ปกติแล้วจะมีการคอยลุ้นจนเนื้อเต้น และไม่มีใครลาพักกัน เพราะเป็นเรื่องด่วนที่ชี้เป็นชี้ตาย และมีความหมายต่ออนาคตทางการเมืองของตนและพวกพ้อง

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังปฏิเสธด้วยว่า ยังไม่ได้สอบถาม น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค เกี่ยวกับการพูดคุยกับนายอนุทิน ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงฯ ที่จังหวัดสงขลา ทั้งที่เป็นเรื่องที่ผู้คนทั่วไปให้ความสนใจอย่างมาก และถือเป็นไฮไลท์สำคัญทางการเมืองในขณะนี้

แต่สิ่งที่แปลกคือ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งถูกมองว่ามีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานทางการเมืองแบบเห็นได้ชัดในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา จนได้ สส.ถึง 58 คน กลับไม่ร้อนรนอยากรู้ หรืออาจเพราะมีอะไรเคลือบแฝง หรืออาจรู้คำตอบดีแก่ใจอยู่ก่อนแล้ว

ไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่และข่าวลือที่ยังคลุมเครือ

ตามที่ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส อ่านข่าว สถาบันพระปกเกล้า ได้เปิดไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดว่า กกต.จะรับรองผลภายในวันที่ 9 เมษายน และมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในเดือนพฤษภาคม

ขณะที่ภูมิธรรม ยืนยันว่าข่าวการกลับมานั่งตำแหน่งกลาโหมเป็นเฟกนิวส์ และย้ำว่ายังไม่มีการคุยแบ่งกระทรวง ส่วนธรรมนัส รับว่าคุยกับนฤมลแล้ว หลังพบนายอนุทินที่จังหวัดสงขลา และย้ำว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ชัดเจนและความตึงเครียดในกระบวนการทางการเมืองไทยในปัจจุบัน