วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายกิตติคุณ กชกรจารุพงศ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พรรคประชาชน หาเสียง โดยนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นต่างๆ ที่เป็นกระแสในสังคม
ปมสามีทนายแจมโพสต์เฟซบุ๊ก
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สามีของ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์เฟซบุ๊กของนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เกี่ยวกับเรื่องผิดจริยธรรม โดยระบุว่าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนบุคคล และพรรคได้มีการพูดคุยกันแล้วในระดับหลังบ้าน ส่วนการนำเรื่องเข้าสู่กรรมการวินัยนั้น ขึ้นอยู่กับการร้องเรียน หากมีผู้ร้องก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ
เมื่อถามว่าต้องรอให้มีคนร้องก่อนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับลักษณะของเรื่อง หากเห็นชัดว่ามีการกระทำผิดวินัย พรรคก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการได้เอง แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ต้องใช้เวลาในการพูดคุย
ส่วนข้อกังวลว่า น.ส.ศศินันท์เคยเป็นคณะกรรมการวินัยของพรรค จะทำให้เครดิตพรรคลดลงหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอให้มองที่คณะกรรมการวินัยชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือ สามารถทำให้การครองตนของ สส.อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม
เมื่อถามว่าได้มีการคุยกับทั้งสองฝ่ายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า มีตัวแทนของพรรคลงไปพูดคุยแล้ว แต่ตนเองยังไม่ได้พูดคุยโดยตรงในประเด็นนี้ และหากมีผู้ร้องเรียนเรื่องจริยธรรมต่อสภาผู้แทนราษฎร พรรคก็จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของคณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯ
จี้ความเป็นกลางของประธานสภาฯ
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ และระบุว่าการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงินไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน นายณัฐพงษ์เห็นว่าประธานสภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลางและวินิจฉัยตามข้อบังคับอย่างตรงไปตรงมา การอ้างว่าไม่ใช่เรื่องด่วนและต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
นายณัฐพงษ์เรียกร้องให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่าลืมว่าสภาฯ มีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ และตั้งข้อสังเกตว่าประธานสภาฯ ได้วางตัวเป็นกลางหรือไม่ เนื่องจากบางญัตติที่รัฐบาลผลักดันอาจได้รับไฟเขียว ขณะที่ญัตติที่รัฐบาลไม่อยากให้ตรวจสอบอาจถูกชะลอ
สภาฯ ไม่ควรปกป้องคนผิด กรณีชนนพัฒฐ์
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอหนังสือส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม จากสภาฯ ว่า ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้กระทำความผิด สภาฯ จึงไม่ควรปกป้อง แม้จะมีกลไกการขอตัวระหว่างสมัยประชุมเพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่หากกระทำผิดจริงก็ไม่มีเหตุผลที่สภาฯ ต้องปกป้อง
เมื่อถามว่าหลายคนมองว่านายชนนพัฒฐ์อาจไม่อยู่ในประเทศแล้ว นายณัฐพงษ์ตอบว่า เป็นหน้าที่ของผู้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา



