นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 21 ถึง 27 พฤษภาคม 2569 ว่า ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนชั้นนำของฝรั่งเศส โดยไฮไลต์สำคัญคือการร่วมโต๊ะอาหารค่ำและหารืออย่างไม่เป็นทางการกับประธานาธิบดีแอมมานูแอล มาครง
การเดินทางเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้การพบปะจะเป็นแบบไม่เป็นทางการ แต่จะมีคุณค่าและสร้างผลสัมฤทธิ์ให้ประเทศมากกว่าการพบปะตามพิธีการทูตทั่วไป โดยได้จำกัดจำนวนผู้ร่วมคณะเพื่อเน้นเนื้อหาการเจรจาเป็นหลัก ผู้ร่วมเดินทางประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการยกประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาขึ้นหารือกับนายมาครงหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า หากประธานาธิบดีฝรั่งเศสสอบถามหรือแสดงความสนใจ ตนพร้อมชี้แจงในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง โดยมีข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงและประสบการณ์พร้อมเต็มที่ ถือเป็นโอกาสดีที่จะชี้แจงความจริงกับประชาคมโลก โดยเฉพาะฝรั่งเศสที่มีบทบาทสูงในเวทีสากล
เป้าหมายการเจรจาเศรษฐกิจ
นายอนุทินเปิดเผยเป้าหมายหลักในการเจรจาครั้งนี้ ครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด การยกระดับมูลค่าการค้า และการประกาศความพร้อมของไทยเป็นฐานการลงทุนหลักของนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นผู้นำแฟชั่นโลก จึงเตรียมนำเสนอวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และงานออกแบบไทย แม้ไทยอาจสู้เรื่องการสร้างแบรนด์ไม่ได้ แต่เรื่องวัตถุดิบและฝีมือไม่แพ้ใคร รวมถึงความมั่นคงทางอาหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่เจรจา
จุดยืนไม่ต่อรอง
นายกรัฐมนตรีย้ำจุดยืนของรัฐบาลว่า เราไม่ใช้คำว่าต่อรอง เราไม่ต่อรองเด็ดขาด รัฐบาลนี้ไม่ได้ของหรือดีลการค้ามาด้วยการวิ่งเต้นต่อรอง แต่ต้องได้มาด้วยความเข้มแข็ง ความพร้อม และความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ การเดินไปบอกเขาว่า 3 บาทได้ไหม ขอสี่ซ้าห้าสลึงแบบนั้นไม่เอา เพราะไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ



