เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ภารกิจกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข" แก่นักเรียนและคณะครูจากโครงการห้องเรียนพิเศษนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา
การต้อนรับคณะนักเรียนห้องเรียนพิเศษนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์
โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจักรพันธ์ รัตนเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนัก กอง ศูนย์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน และข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำชมสถานที่สำคัญและโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับการสถาปนากระทรวงมหาดไทยครบ 134 ปี ณ สวนสิรินธราภิรมย์ และห้องพิพิธภัณฑ์ดำรงราชานุภาพ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และจัดแสดงนิทรรศการพระประวัติและผลงาน รวมถึงหนังสือและเครื่องใช้ส่วนพระองค์ และการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ปลัดมหาดไทยกล่าวถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีความยินดีที่ได้ต้อนรับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสนใจศึกษาด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เพื่อมาเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในสายงานต่างๆ เช่น นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักจัดการงานทั่วไป นักประชาสัมพันธ์ ปลัดอำเภอ พัฒนากร นักวิชาการที่ดิน นิติกร รวมถึงส่วนราชการหรือองค์กรภาคเอกชน
"กระทรวงมหาดไทยเป็น 1 ใน 20 กระทรวง แต่เป็นกระทรวงเดียวที่มีระบบบริหารราชการแผ่นดินครอบคลุมทั้งส่วนกลางคือกระทรวงและกรม ส่วนภูมิภาคคือจังหวัดและอำเภอ และส่วนท้องถิ่นคือการกำกับดูแลองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร" ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
ภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นส่วนราชการที่ช่วยบริหารราชการในทุกเรื่อง เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการในจังหวัด คือ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" มีตำแหน่งทางสายงานว่า "นักปกครอง" มีหน้าที่ "ปกป้องและคุ้มครองประชาชน" อันเป็นหน้าที่ที่สำคัญและเป็นหัวใจของกระทรวงมหาดไทย และอำเภอคือ "นายอำเภอ" ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอที่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีผู้นำท้องที่คือกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอในการดูแลประชาชนในตำบลและหมู่บ้าน และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลและบริหารภายใต้การนำของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยยึดหลักทำงานที่สำคัญคือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข หมั่นลงพื้นที่ให้ "รองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด" เข้าถึงประชาชนด้วยความรู้ รัก สามัคคี ทำงานด้วยความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
ภารกิจสำคัญด้านต่างๆ
ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจสำคัญในการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ อันประกอบด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และภารกิจที่ครอบคลุมทุกมิติของการดำรงชีวิตของประชาชน ได้แก่
- ภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน อาทิ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง การเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยของสังคม การรังวัดที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิที่ดิน
- ภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาทิ การพัฒนาอาชีพ การเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP การส่งเสริมการใช้ผ้าไทยเพื่อให้ประชาชนมีอาชีพและมีรายได้ การส่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะให้กับประชาชน
- ภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง อาทิ การพัฒนาระบบเตือนภัย การบริหารจัดการสาธารณภัย การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การวางแผนสนับสนุนด้านผังเมือง การพัฒนาเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีภารกิจครอบคลุมการบริการและพัฒนาระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงการส่งเสริมพื้นที่และพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อกระจายสินค้าของประชาชน และการสนับสนุนองค์ความรู้และปฏิบัติการจัดการน้ำเสียให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประชาชน
การเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ในช่วงท้าย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถาม ซึ่งนักเรียนให้ความสนใจและตั้งคำถามอย่างหลากหลาย อาทิ สภาพปัญหาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพบมากที่สุด แนวทางการพัฒนาบุคลากรรองรับภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขในศตวรรษที่ 21 การร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการยกระดับสินค้าชุมชนเพื่อความยั่งยืน การพัฒนาระบบเตือนภัยและการบริหารจัดการภัยในเชิงป้องกันมากกว่าแก้ไขและทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลที่รวดเร็ว ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs)



