คีย์เวิร์ด 'นับหนึ่งใหม่ที่รัฐสภา' สัญญาณการเมืองพรรคภูมิใจไทย
จากคำกล่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า 'นับหนึ่งใหม่ เริ่มที่รัฐสภา ไม่ใช่รัฐบาล' สืบเนื่องจากผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีผู้เห็นชอบมากกว่า 21 ล้านเสียง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่แสดงเจตนาขับเคลื่อน แต่กลับโยนบทบาทให้รัฐสภา
ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณว่าในสัปดาห์หน้า สส. 192 คนเตรียมลงมติเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหลักการและเหตุผลเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 พร้อมเสนอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยจะเสนอร่างในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569
เจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของนายกฯ
คำว่า 'นับหนึ่งใหม่' ของนายอนุทินมีนัยมากกว่าที่พูด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในฐานะนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย การไม่บรรจุ 'การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่' เป็นนโยบายรัฐบาล แต่เป็น 'คำสั่งจากประชาชน' สร้างความย้อนแย้งและถูกมองว่าโยนความรับผิดชอบ
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า 'อย่ามาผูกกับรัฐบาล' โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ชัดแล้ว พร้อมย้ำว่ากระบวนการต้องเริ่มที่รัฐสภา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย
ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย
นายภราดร ปริศนานันทกุล สส. และแกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่าในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคมนี้ พรรคจะประชุมขอมติเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยสาระสำคัญคือการเสนอแก้มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อกำหนดให้รัฐสภาเป็นกลไกคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
หากคณะรัฐมนตรีมีมติ 'ยืนยัน' ร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ค้างท่ออยู่ เนื้อหาสาระก็จะยังคงเดิม แต่การเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่วมกันอีกครั้งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งเช่นเดิม ขณะที่ร่างของพรรคประชาชนที่เป็น 'ร่างฯ หลัก' มีแนวโน้มถูกตีตก เสียเวลาและโอกาส
สาเหตุที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างเดิม
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือประเด็นการตัดอำนาจวุฒิสภาร่วมลงมติเห็นด้วยเสียง 1 ใน 3 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้ ครม. ไม่ยืนยันร่างเดิมที่ค้างท่ออยู่ ขณะที่อีกเหตุผลหนึ่งสอดคล้องกับ 'คีย์เวิร์ด' ของนายอนุทินที่ส่งสัญญาณ 'เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เริ่มต้นที่รัฐสภา ไม่ผูกติดกับรัฐบาล' ซึ่งมีนัยว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญ
บทบาทของพรรคภูมิใจไทยและวุฒิสภา
ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยจะกลายเป็น 'ร่างฯ หลัก' โดยเสียงข้างมากของสภาฯ โดยเฉพาะ 192 เสียงของพรรคภูมิใจไทย รวมกับเสียงของวุฒิสภาจะเป็นฝ่ายกำหนดเนื้อหาสาระ ไม่เพียงแค่หลักเกณฑ์การแก้รัฐธรรมนูญ แต่รวมถึงที่มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย
ภาวะนี้ทำให้พรรคประชาชนไม่ใช่เสียงข้างมากเหมือนในอดีต โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ถกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงเดือนธันวาคม 2568 เนื้อหาที่ขัดใจพรรคภูมิใจไทยและไม่ตรงใจวุฒิสภาเป็นเหตุให้นายกฯ อนุทินประกาศยุบสภาฯ เมื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่หลงเหลืออยู่แล้ว
ท่าทีของฝ่ายค้าน
จากนี้ต้องจับตาบริบทของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ซึ่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เขายังคงให้คำมั่นที่จะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบฝ่ายบริหาร เดินหน้าสรรหากรรมการในองค์กรอิสระโดยปราศจากการถูกครอบงำ และพร้อมจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ขึ้น
กรอบเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
หากกระบวนการพิจารณาและเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ดำเนินไปด้วยความจริงจัง คาดว่าจะใช้เวลาอย่างเร็ว 6 เดือน จากนั้นประกาศให้มีผลบังคับใช้และเริ่มกระบวนการจัดตั้งคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมาจากการคัดเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้ง ใช้เวลาอีก 3-6 เดือน จากนั้นเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในกรอบ 180 วันหรือ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่ปลายปี 2571 ก็ต้นปี 2572 แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นฝ่ายคุมเกมว่าจะให้เดินไปทางไหน
รายงาน: เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส



