อนุทินขู่เปลี่ยนเก้าอี้ สั่ง รมต.-คณะทำงานการเมืองสังกัด ภท. เร่งเครื่องใน 1 ปี
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่า ภายหลังพรรคถูกโจมตีจากหลายประเด็นทางการเมือง รวมถึงโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการ AI Passport ปัญหาที่ดินเขากระโดง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลและนอมินีต่างชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ฯลฯ ขณะที่รัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการสภาฯ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย 14 คณะ รวมถึง สส.ของพรรค ยังไม่ได้ออกมาช่วยชี้แจงหรือแสดงผลงานอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แม้รัฐบาลจะเข้าบริหารประเทศมาแล้วกว่า 2 เดือน ส่งผลให้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์และกระทบต่อความน่าเชื่อถือ
นายกฯ กำชับเร่งสร้างผลงาน
แหล่งข่าวฯ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้กำชับให้รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสัดส่วนของพรรค เร่งขับเคลื่อนการทำงานตามที่พรรคมอบหมายและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานภายในระยะเวลา 1 ปี
“หากผู้ดำรงตำแหน่งรายใดมีผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จะมีการปรับเปลี่ยนทั้งในระดับรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีศักยภาพและมีผลงานโดดเด่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน โดยจะไม่ยึดติดกับการจัดสรรโควตาตามแนวทางเดิม”
สัญญาณชัดไม่ยึดติดโควตา
แหล่งข่าวฯ ยังระบุอีกว่า การส่งสัญญาณดังกล่าวสะท้อนความต้องการของนายอนุทินที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในสังกัดพรรค และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา หลังพรรคเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยนายอนุทินเน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งจะไม่ยึดติดกับโควตาเดิม แต่จะพิจารณาจากผลงานและศักยภาพเป็นหลัก
การประกาศแนวทางนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่พรรคภูมิใจไทยถูกมองว่ายังไม่มีผลงานชัดเจนในหลายนโยบาย โดยเฉพาะโครงการ AI Passport ที่ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงปัญหาที่ดินเขากระโดงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การจัดการผู้มีอิทธิพลและนอมินีต่างชาติในภูเก็ตก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน
ทั้งนี้ การประเมินผลงานภายใน 1 ปี ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดกว่าที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย หากผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามเป้า



