คาดการณ์โควตาเก้าอี้รัฐบาลใหม่ 'ภูมิใจไทย' ครองกระทรวงเกรด A จำนวน 19 ที่นั่ง
รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนขึ้น โดยมีการเริ่มแบ่งโควตาเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคหลักในรัฐบาลคาดว่าจะได้ครองกระทรวงเกรด A จำนวนถึง 19 ที่นั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์และเคยดำรงตำแหน่งมาก่อน สะท้อนถึงความต่อเนื่องและความมั่นคงของทีมงาน
รายชื่อผู้คาดได้ตำแหน่งสำคัญจากพรรคภูมิใจไทย
สำหรับรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับโควตาเก้าอี้จากพรรคภูมิใจไทยนั้น ประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายท่าน เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ ที่คาดการณ์ไว้ เช่น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่รอพิจารณาความเหมาะสมสำหรับกระทรวงกลาโหม ทรงศักดิ์ ทองศรี และ ศศิธร กิตติธรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ ภราดร ปริศนานันทกุล ศุภมาส อิศรภักดี และ นภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วน วราวุธ ศิลปอาชา ยังรอการระบุกระทรวงที่ชัดเจน
โควตาจากพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กอื่นๆ
ด้านพรรคเพื่อไทยคาดว่าจะได้โควตาเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีจำนวน 8 ที่นั่ง โดยคาดว่าจะได้ควบคุมกระทรวงสำคัญ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยมีชื่อของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ที่มีแนวโน้มจะได้รับตำแหน่ง
สำหรับอีก 3 เก้าอี้ที่เหลือ คาดว่าจะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเล็กอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะได้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการกระจายอำนาจและความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อสร้างความสมดุลทางการเมือง
การแบ่งโควตาในครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคาดการณ์และรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล แต่สะท้อนถึงทิศทางและโครงสร้างของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อนโยบายและการบริหารประเทศในระยะต่อไป



