เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะรัฐมนตรีและผู้แทนจาก 6 กระทรวงและหน่วยงานสำคัญ เยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามา “ช้อปงานวิจัย” เพื่อเลือกสรรนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยมุ่งสร้างการทำงานแบบ “Synergistic Government” หรือรัฐบาลบูรณาการที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อโดยใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อน
วิสัยทัศน์เปลี่ยนบทบาท สวทช.
ศ.ยศชนัน ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “ผนึกพลังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านงานวิจัยบูรณาการ หนุนนำยุทธศาสตร์ชาติ สู่ความยั่งยืน” โดยระบุถึงเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนบทบาท สวทช. ให้กลายเป็น “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ” (National Research Engine) เพื่อเป็นกลไกหลักในการแก้โจทย์จริงจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม แทนการทำงานวิจัยขึ้นหิ้ง โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Economic Engine) ของไทย ได้แก่
- ด้านการแพทย์ - ตั้ง Medical AI Center และใช้กระบวนการวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) เพื่อผลิตเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูงเองในประเทศ ลดการนำเข้าและสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุข
- ด้านการเกษตร - เร่งงานวิจัยพันธุ์พืชทนแล้งและระบบโรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse) เพื่อรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศและเพิ่มรายได้เกษตรกร
- ด้านพลังงานสีเขียว - พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงแบบครบวงจร รวมถึงระบบรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
ปรับงานวิจัยหนุนแต่ละกระทรวง
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่าจะมีการปรับกระบวนการทำงานโดยส่งนักวิจัยเข้าไปสนับสนุนแต่ละกระทรวงโดยตรง เพื่อให้เข้าใจโจทย์และปัญหาที่แท้จริง โดยจะเริ่มจากโครงการนำร่อง (Sandbox) ก่อนขยายผลในระดับประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งกลไกนี้จะช่วยให้นวัตกรรมไทยสร้างเศรษฐกิจใหม่ ลดภาระงบประมาณภาครัฐ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
ดัน “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” สู่ระดับประเทศ
ศ.ยศชนัน ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์ม “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” (Traffy Fondue) ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. โดยระบุว่าแพลตฟอร์มนี้คือต้นแบบความสำเร็จของการนำงานวิจัยไปใช้จริงในระดับประเทศ จากจุดเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารจัดการเมืองร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จนสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส ปัจจุบันแพลตฟอร์ม “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ได้ขยายผลไปสู่หน่วยงานภาครัฐในวงกว้าง โดยล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้เริ่มดำเนินการนำระบบนี้ไปใช้เป็นช่องทางหลักในการแจ้งเหตุและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ภายในโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและลดปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bully) ในสถานศึกษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อวิทยาศาสตร์ได้รับความร่วมมือจากกลไกบริหารราชการแผ่นดินแบบ Synergistic Government จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกและแก้ปัญหาให้กับสังคมได้อย่างตรงจุด
ชมงานวิจัย ขยายผล 6 ด้านหลัก
ในส่วนของการเยี่ยมชมผลงานวิจัย คณะรัฐมนตรีได้เข้าเจาะลึกนวัตกรรม “งานวิจัยบูรณาการเพื่อสนับสนุนภารกิจกระทรวง” ที่พร้อมขยายผลใน 6 ด้านหลัก อาทิ
- ด้านการเกษตร - โชว์ศักยภาพ “ข้าวสุวรรณภูมิ 1 (หอมสยาม 2)” และนวัตกรรมปุ๋ยคีเลท (ChelaPlant-Nano) รวมถึงเทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชด้วยชีววิธี (Biocontrol) เพื่อลดการใช้สารเคมี
- ด้านการศึกษา - นำเสนอแพลตฟอร์ม LEAD Education สำหรับการเรียนรู้เฉพาะบุคคล และ KidBright ที่มุ่งสร้างความฉลาดทางดิจิทัลและ AI ให้เยาวชน
- ด้านแรงงานและพลังงาน - การเตรียมความพร้อมแรงงานฝีมือสูงผ่านหลักสูตร EV Charging, Solar Rooftop และงานวิจัย Battery Value Chain ที่ครบวงจร
- ด้านสังคมและผู้สูงอายุ - นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิต เช่น Rachel บอดีสูทพยุงกล้ามเนื้อ และระบบ MIKE-The Guardian AI สำหรับเฝ้าระวังการหกล้ม
- ด้านสาธารณสุข - ผลงานขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรม อาทิ รากฟันเทียม, วัสดุทดแทนกระดูก (M-Bone) และชุดตรวจสุขภาพ AL-StripShorts Video



