ภูมิใจไทยต่อรองเข้มข้นกับกล้าธรรม 58 เสียง เสียงรัฐบาลอาจทะลุ 355 เสียง หรือหันหาประชาธิปัตย์แทน
แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล จะย้ำให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน แต่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้แกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังมีการต่อรองตำแหน่งอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่
เสียงรัฐบาลอาจทะลุ 355 เสียง หากรวมกล้าธรรม
ในวันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2569) แม้จะยังไม่มีความชัดเจนเต็มร้อย แต่การประเมินเบื้องต้นชี้ว่า หากพรรคภูมิใจไทยสามารถดึงพรรคกล้าธรรมที่มี 58 เสียงเข้ามาร่วมรัฐบาลได้ จะทำให้เสียงรัฐบาลทะลุเกิน 355 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมีเสียงรวมกันไม่ถึง 150 เสียง ประกอบด้วยพรรคประชาชน 118 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคอื่น ๆ
สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคงมากขึ้น ลดศัตรูทางการเมือง และลดโอกาสที่ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า จะผนึกกำลังกับฝ่ายค้านเพื่อสร้างข้อมูลลับหรือเกมเขย่ารัฐบาลได้ยากขึ้น
กล้าธรรมยอมถอยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อขอแค่ได้ร่วมรัฐบาล
ล่าสุด พรรคกล้าธรรมยอมถอยในเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี โดยขอเพียงได้ร่วมรัฐบาล การดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามายังช่วยลดแรงกระเพื่อมจากการต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หากพรรคใดถอนตัว รัฐบาลยังคงมีเสียงข้างมากที่แน่นหนา และภูมิใจไทยกุมความได้เปรียบไว้ได้ ปิดประตูความวุ่นวายจากการต่อรองที่ซับซ้อน
หากไม่มีกล้าธรรม ภูมิใจไทยอาจหันหาประชาธิปัตย์แทน
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีพรรคกล้าธรรม ภูมิใจไทยอาจเน้นเอกภาพภายในและบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ แต่เพื่อเพิ่มเสียงอาจต้องดึงพรรคประชาธิปัตย์ที่มี 22 เสียงเข้ามาแทน ซึ่งยี่ห้อประชาธิปัตย์ในยุคของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ยอมง่าย ต้องเจอการต่อรองใหม่ ๆ อาจไม่ราบรื่นเท่าที่ควร หรือควบคุมเสียงรัฐบาลให้ไปในทิศทางเดียวกันได้ยากขึ้น
แต่ในทางกลับกัน ภูมิใจไทยจะจัดสรรโควตารัฐมนตรีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า เป็นที่รู้กันว่า ภูมิใจไทยเคยติดต่อพรรคประชาชนก่อนแต่ถูกปฏิเสธ ก่อนมาเป็นพรรคเพื่อไทย
ภูมิใจไทยกุมอำนาจเต็มที่ เสถียรภาพรัฐบาลวัดจากสมดุลอำนาจ
ยี่ห้อภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลมาตลอดเกือบทศวรรษนี้ ถอนตัวเป็นฝ่ายค้านเพียงช่วงสั้น ๆ ตอนนี้กุมอำนาจเต็มที่ เปรียบเสมือนธุรกิจที่ทำหน้าที่ดีลเลอร์เอง ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางอย่างกล้าธรรม สามารถเดินเกมเองและยังได้อำนาจต่อรองในมือ
แน่นอนว่าความมั่นคงเชิงปริมาณสูง แต่ต้องแบกรับความเสี่ยงเชิงคุณภาพ ในทางการเมือง เสถียรภาพรัฐบาลไม่ได้วัดแค่จำนวนเสียง แต่มาจากการถ่วงดุลอำนาจที่สมดุล คนที่น่ากลัวอาจไม่ใช่คนที่มีอำนาจ แต่เป็นคนที่ลดทอนทำให้อำนาจอีกฝ่ายสั่นคลอน
วิเคราะห์โดย : สกนธ์ จินดาวรรณ บรรณาธิการข่าว



