“กล้าธรรม” เตรียมประชุม 58 ว่าที่ สส. 17 กุมภาพันธ์นี้ วางแนวทางขับเคลื่อนพรรคหลังคว้าชัย
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้นัดหมายแกนนำและว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งหมด 58 คน ซึ่งประกอบด้วยระบบเขต 56 คน และบัญชีรายชื่อ 2 คน เพื่อเข้าประชุมร่วมกันในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 15.00 น. โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร และวางแนวทางการขับเคลื่อนพรรคหลังจากที่สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งจนกลายเป็นพรรคตัวแปรสำคัญในทางการเมืองไทย
ร.อ.ธรรมนัส ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลอาจลากยาวถึงต้นเดือนเมษายน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้อาจจะลากยาวไปจนถึงต้นเดือนเมษายน เนื่องจากยังคงมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนและ “บัตรเขย่ง” ในหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนด้วย เขาเน้นย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เกิดความโปร่งใส เพราะหากมองข้ามเสียงของประชาชน อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ลุกลามไปเป็นปัญหาระดับประเทศจนนำไปสู่การรวมตัวของประชาชนได้
ไม่หวั่นภูมิใจไทยดีลพรรคเล็ก มั่นใจมี 58 เสียงในมือ
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินสายดีลกับพรรคเล็กต่างๆ เพื่อชักชวนให้เข้าร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส มองว่า นี่เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่ต้องการเป็นรัฐบาล แต่เขาไม่เสียกำลังใจแต่อย่างใด เนื่องจากพรรคกล้าธรรมมี สส. ในมือถึง 58 ที่นั่ง และยังมีแนวร่วมที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันอีกเป็นจำนวนมาก เขากล่าวเสริมว่า “การเมืองของผมเดินสเต็ปไม่ธรรมดาก็แล้วกัน” พร้อมย้ำว่าสมการการจัดตั้งรัฐบาลในตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน และไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสูตรธงชาติไทยที่อาจจะเป็นสีน้ำเงิน-ขาว-แดง เพราะสุดท้ายแล้วอาจจะเป็นสีอื่นก็ได้
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงความมั่นใจในศักยภาพของพรรคกล้าธรรม โดยชี้ให้เห็นว่า การมี สส. ถึง 58 คนถือเป็นฐานเสียงที่แข็งแกร่งและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในสภาได้ เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในหมู่สมาชิกพรรคเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเลือกตั้ง
ในส่วนของแผนการทำงานในอนาคต พรรคกล้าธรรมตั้งเป้าที่จะใช้การประชุมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้เป็นเวทีหารือเพื่อกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ในการดำเนินงานทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและนอกสภา โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ และการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทางการเมืองของประเทศ



