สถาบันพระปกเกล้าร่วม 5 หลักสูตรชั้นนำ ระดมสมองฉายภาพอนาคตไทยปี 2026 ชี้โลก VUCA
สถาบันพระปกเกล้าร่วม 5 หลักสูตร ระดมสมองอนาคตไทย 2026 (24.02.2026)

สถาบันพระปกเกล้าร่วม 5 หลักสูตรชั้นนำ ระดมสมองฉายภาพอนาคตไทยปี 2026 ชี้โลก VUCA

สถาบันพระปกเกล้า โดยหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 29 เป็นเจ้าภาพหลัก จัดงานสัมมนาวิชาการครั้งที่ 15 ร่วมกับ 5 หลักสูตรชั้นนำ ได้แก่ หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ภายใต้หัวข้อ “Future Trend and Foresight: รู้เทรนด์โลก เห็นอนาคต นำการเปลี่ยนแปลง” เพื่อระดมสมองฉายภาพอนาคตไทยปี 2026 และเร่งวางยุทธศาสตร์กู้วิกฤตท่ามกลางความผันผวนของโลก

โลกแบ่ง 2 ขั้วชัดเจน สหรัฐฯ ถดถอย จีนผงาด ไทยยังไม่พร้อมรับมือ

นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน ผู้แทนหลักสูตรวตท. รุ่น 35 นำเสนอในหัวข้อ “Thailand in the New World Order – ไทยในยุคระเบียบโลกเปลี่ยน” ระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค VUCA หรือความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ จากการเปลี่ยนผ่านของมหาอำนาจทุก 75-125 ปี โดยปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังถดถอย ในขณะที่จีนกำลังผงาดขึ้น ทำให้โลกแบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจนภายใต้การนำของทั้งสองประเทศ

นายปิยศักดิ์ชี้ว่า ไทยยังไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์นี้ เนื่องจากติดกับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงวัย ขาดแคลนเทคโนโลยี และหนี้ครัวเรือนสูง จึงเสนอแนวทาง “Mission Two Thousand” ผ่านกลยุทธ์ธนู 3 ดอก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและขนส่ง (Hard Infrastructure)
  • การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและกฎหมาย (Soft Infrastructure)
  • การปฏิรูปภาคการแพทย์เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)

เศรษฐกิจดิจิทัล-กรีน ขับเคลื่อนไทยยุคใหม่ ชี้อยู่แบบเดิมคนรุ่นใหม่จะไม่มีที่ยืน

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด ผู้แทน TEPCoT รุ่นที่ 17 นำเสนอในหัวข้อ “From Global Shifts to Thailand’s Futures” เน้นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล-กรีนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ระบุว่าไทยขาดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว จนถูกมองว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ด้วย GDP โตเพียง 2% หนี้ครัวเรือนพุ่ง 88% และดัชนีคอร์รัปชันต่ำสุดในรอบ 14 ปี

นายขยลเสนอว่า ไทยต้องเลือกทิศทางใหม่สู่ Digital Green Economy โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2579 ประกอบด้วย รายได้เฉลี่ยต่อหัวมากกว่า 15,000 ดอลลาร์ต่อปี สร้างงานด้านดิจิทัล 2 ล้านตำแหน่ง และลดการปล่อยคาร์บอน 60% พร้อมเตือนว่า หากอยู่แบบเดิมคนรุ่นใหม่จะไม่มีที่ยืน

กระบวนการยุติธรรมทันสมัย ดึงดูดนักลงทุน สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทน บ.ย.ส. รุ่นที่ 30 กล่าวในหัวข้อ “การมองภาพอนาคตเพื่อวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาองค์กรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ กรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยหากไทยผลักดันการใช้ Digital ID และ Digital Signature อย่างจริงจัง จะสามารถดัน GDP ให้เติบโตได้ 3-13% ภายในปี 2573

นายเผ่าพันธ์เสนอแนวทางแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบบูรณาการ ตั้งแต่จัดการต้นตอ เฝ้าระวังเชิงรุก พัฒนากระบวนพิจารณาคดี พร้อมเน้นว่าเมื่อกระบวนการยุติธรรมเข้มแข็งและทันสมัย จะสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

เสนอพื้นที่ทดลองนวัตกรรมทางการเมือง ปรับ กกต. สู่ดิจิทัล

นายวีระชาติ ศรีบุญมา ที่ปรึกษากฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ ผู้แทนพตส. นำเสนอในหัวข้อ “Future Scenario Election ของประเทศไทย ในอีก 4 ปีข้างหน้า” เสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ได้แก่ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยเทคโนโลยี การเผยแพร่ข้อมูลที่แม่นยำ การใช้ AI เพื่อความสุจริต และการปรับโครงสร้าง กกต. สู่ระบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไม่ถึง 50%

นายวีระชาติเสนอหัวใจสำคัญคือการทำพื้นที่ทดลองนวัตกรรมทางการเมือง โดยนำ AI มาทดสอบระบบตั้งแต่วันนี้ เพื่อควบคุมความเสี่ยงและลดข้อร้องเรียน โดยไม่ต้องรอวันเลือกตั้งจริงในอีก 2-4 ปีข้างหน้า

ภัยคุกคาม Hybrid Warfare และวิกฤตระบบราชการอ่อนแอ เปิดทางคอร์รัปชัน

พล.ต. อดิศร จรัส ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนฯ กรมยุทธการทหาร ผู้แทน วปอ. รุ่นที่ 68 กล่าวถึงสถานการณ์ภัยคุกคามและความมั่นคง ชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ภัยคุกคามผันผวนจนยากตั้งรับ โดยเฉพาะ “Hybrid Warfare” หรือสงครามผสมผสาน ที่รวมถึงสงครามโดรน การโจมตีไซเบอร์ และ Proxy War ซึ่งไทยต้องเตรียมพร้อมในทุกมิติ

ปิดท้ายด้วยนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ผู้แทนหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 29 กล่าวในหัวข้อแนวทางการพัฒนาการเมืองไทยในอนาคต ระบุว่าวิกฤตความอ่อนแอของระบบราชการคือเปิดทางให้ปัญหาคอร์รัปชัน ค้ามนุษย์ และแก๊งสแกมเมอร์ระบาดหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมเสนอให้เร่งปฏิรูประบบตรวจสอบและองค์กรอิสระให้โปร่งใส

งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดและกำหนดทิศทางประเทศไทยท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกใหม่ สร้างพื้นที่ทางความคิดเพื่อฉายภาพอนาคตและวิเคราะห์ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการมีส่วนร่วมจากผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคสังคม