นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเตือนรัฐบาลถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า อยากให้นำเงินไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยประชาชนสามารถรับรู้และจับต้องได้ อย่าให้ซ้ำรอยการออก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีตที่ผ่านมาหลายครั้งล้มเหลว สูญเปล่าเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
บทเรียนจากอดีต
นายพิชัย ระบุว่า ตั้งแต่เงินกู้มิยาซาวา 53,000 ล้านบาท ในปี 2541 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ละลายหายไปโดยไม่มีใครจำได้ว่าใช้ทำอะไร ต่อมา พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท “ไทยเข้มแข็ง” สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ปี 2553 ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการกู้เงินทั้งหมด 800,000 ล้านบาท แบ่งเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท และ พ.ร.บ.เงินกู้ อีก 400,000 ล้านบาท แต่ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท มีการซอยงบประมาณย่อยจนไม่มีใครจำได้ นำไปสู่ข่าวทุจริตในหลายโครงการ จนถูกล้อว่าเป็นนโยบาย “ใครเข้มแข็ง?” และทำให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ต้องยกเลิก พ.ร.บ.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท เนื่องจากกลัวโหวตไม่ผ่านในสภา ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งในปี 2554
นอกจากนี้ พ.ร.ก.เงินกู้สมัยโควิด-19 ที่กู้เงินถึง 1 ล้านล้านบาท ทั้งงบเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท ก็ไม่มีใครจำได้ว่าใช้ทำอะไร ผลการกู้ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยยังคงแย่ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงขึ้น เพราะกู้เงินทำให้สร้างหนี้มากขึ้น แต่จีดีพีไม่เพิ่มหรือเพิ่มต่ำมาก ไม่คุ้มกับเงินจำนวนมากที่กู้ไป
ข้อเสนอแนะ
นายพิชัย กล่าวว่า ตนได้ท้วงติงการกู้เงินเหล่านี้มาตลอดตั้งแต่สมัยนั้น ไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนนี้ สามารถตรวจสอบจากข่าวในอดีตและ Digital Footprint ได้ จึงอยากให้รัฐบาลที่ออก พ.ร.บ.กู้เงิน นำเงินไปใช้ในเรื่องที่จับต้องได้ และตอบสังคมได้ว่าทำอะไรบ้าง หากจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขอให้ทำโดยไม่เกรงใจเหล่านายทุนพลังงาน โดยเริ่มต้นจากการลดค่าไฟฟ้าให้ได้จริง ไม่ใช่ลดแค่ 200 หน่วย แล้วไปโปะค่าไฟฟ้าเพิ่มจากผู้ใช้ไฟฟ้ามาก ซึ่งจะเป็นการขึ้นค่าไฟฟ้าอย่างเนียนๆ เพราะคนใช้ไฟฟ้าน้อยมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าเพียง 15-20% ขณะที่คนใช้ไฟฟ้ามากที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าถึง 80-85% ทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมสูงขึ้นอย่างมาก
ดังนั้น การปรับโครงสร้างพลังงานต้องเริ่มจากการปรับราคาไฟฟ้าให้ลดลงจริงก่อน และต้องมีแผนงานที่ชัดเจน หากทำได้จริง จะเป็นประโยชน์กับประเทศอย่างมาก



