ยศชนัน นำทีม สส.เขต เพื่อไทย รายงานตัว แสดงความพร้อมเสนอกฎหมาย 20 ฉบับ
ยศชนัน นำ สส.เขต เพื่อไทย รายงานตัว เตรียมเสนอกฎหมาย 20 ฉบับ (27.02.2026)

ยศชนัน นำทีม สส.เขต เพื่อไทย รายงานตัว แสดงความพร้อมเสนอกฎหมาย 20 ฉบับ

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตของพรรคเพื่อไทย มาทำการรายงานตัวอย่างเป็นทางการ โดยนายยศชนันยืนยันเจตนารมณ์ที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่

นายยศชนันกล่าวว่า การเดินทางมาพร้อมกันในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นและความสามัคคีภายในพรรค พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะเริ่มต้นทำงานให้กับประชาชนทันที โดยเขาย้ำว่า "ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่และทำงานอย่างเต็มที่"

ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลและโควตารัฐมนตรี

ในส่วนของความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลและการแบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี นายยศชนันชี้แจงว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเพิ่มเติมนับตั้งแต่การเดินทางไปพรรคภูมิใจไทยครั้งก่อน โดยขณะนี้จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องภายในพรรคเป็นหลัก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับกรณีข่าวลือเรื่องรายชื่อแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีถูกตีกลับจากพรรคภูมิใจไทยนั้น นายยศชนันปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น แต่มีการหารือภายในพรรคว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ และกำลังพิจารณาแผนการทำงานหลายอย่าง

เมื่อถูกถามถึงข้อเรียกร้องให้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายยศชนันกล่าวว่า พรรคมีการหารือกันในทุกเรื่องอยู่แล้ว โดยเน้นการวางเป้าหมายแรกคือการเข้าไปทำงานในสภา วิเคราะห์ปัญหาของประเทศ รวมถึงกระแสโลกที่จะส่งผลต่อการจัดวางบุคลากรในการทำงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายยศชนันยอมรับว่า ขณะนี้สังคมกำลังจับตามองการวางบุคคลในแต่ละกระทรวงอย่างใกล้ชิด ซึ่งบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมเสนอกฎหมายและบทบาทในรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า นายยศชนันจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือไม่ เขาตอบอย่างระมัดระวังว่า หากมีความแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป พร้อมย้ำว่าได้เตรียมการบ้านไว้สำหรับทุกกระทรวง เพราะทุกกระทรวงล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

นายยศชนันยังชี้แจงเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่นโยบายว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคต้องเชื่อมโยงกันอย่างสอดคล้อง หากมีความแน่ชัดในทุกประเด็น ทุกพรรคก็จำเป็นต้องพูดคุยหารือกันเพื่อหาจุดร่วม

จุลพันธ์ ย้ำอำนาจตั้ง ครม. อยู่ที่นายกรัฐมนตรี

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งรัฐมนตรีใด ๆ แต่ได้หารือกับพรรคภูมิใจไทยเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันในรัฐบาล ซึ่งต้องรอให้พรรคอันดับ 1 ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลและรวบรวมเสียงให้ครบถ้วนเสียก่อน

นายจุลพันธ์เปิดเผยว่า จากที่ฟังข่าว มีการรวบรวมเสียงได้เกือบ 300 เสียงแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำหลักที่จะนัดหมายและพูดคุยในเรื่องความเหมาะสมด้านบุคลากร ความถนัดของแต่ละพรรค และนโยบายที่จะขับเคลื่อนในการเป็นรัฐบาลร่วมกัน

นายจุลพันธ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอขั้นตอนการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ และคาดว่าจะมีการเปิดสภาฯ ครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยจะมีการเลือกประธานสภาฯ จากนั้นภายหลังการโปรดเกล้าฯ จะเป็นวาระโหวตนายกรัฐมนตรี และอำนาจของนายกรัฐมนตรีจะส่งรายชื่อตรวจคุณสมบัติและส่งรายชื่อทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ยืนยันยังไม่ได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้พรรคภูมิใจไทย และไม่ได้มีการตีกลับชื่อใด ๆ ตามที่ปรากฏในข่าวลือ โดยเขาชี้ว่า การหารือกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ และจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าการพูดคุยในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเพื่อให้มีความราบรื่นและเข้าใจตรงกัน

นายจุลพันธ์ยังเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (26 กุมภาพันธ์) ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าไม่มีข่าวเช่นนั้น เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ยื่นชื่อใด ๆ เขามองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองในช่วงการรอความชัดเจนของขั้นตอนทางการเมือง ซึ่งเป็นช่วงสุญญากาศ

เตรียมเสนอกฎหมาย 20 ฉบับทันที

นายจุลพันธ์กล่าวว่า วันนี้นายยศชนันจะกลับไปประชุมฝ่ายกฎหมายที่พรรคเพื่อไทย โดยพรรคเตรียมยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาฯ ทันทีที่มีโอกาส มีประมาณ 20 ฉบับ โดยจะให้ สส. เป็นตัวแทนเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา เพื่อแสดงความพร้อมในการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ

เขายังย้ำว่า พรรคเพื่อไทยต้องรอให้กระบวนการที่พรรคแกนหลักจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จสิ้นก่อน และพรรคยืนยันในคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคน ส่วนรายชื่อ 3-4 คนที่ปรากฏออกมาในข่าวลือนั้น เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค มีประวัติการทำงานที่ไม่มีด่างพร้อย และต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรทุกคน ซึ่งการที่มีข่าวลักษณะนี้ออกมาไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด