ตำรวจแอฟริกาใต้สอบปากคำชาย 11 คน หลังถูกหลอกไปรบให้รัสเซียในสงครามยูเครน
ชาย 11 คนถูกหลอกไปรบให้รัสเซียในยูเครน ตำรวจแอฟริกาใต้สอบปากคำ (26.02.2026)

ตำรวจแอฟริกาใต้สอบปากคำชาย 11 คน หลังถูกหลอกไปรบให้รัสเซียในสงครามยูเครน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) กลุ่มชาวแอฟริกาใต้จำนวน 11 คน ที่อ้างว่าถูกล่อลวงให้เข้าร่วมกองกำลังรัสเซียเพื่อสู้รบในสงครามยูเครน ได้เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติคิง ชากา ที่เมืองเดอร์บัน ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัวพวกเขาไปยังสถานีตำรวจในสนามบินเพื่อสอบปากคำถึงเบื้องหลังการปรากฏตัวในพื้นที่แนวหน้าของสงคราม

รายงานระบุว่า หนึ่งในชายกลุ่มนี้ต้องนั่งรถเข็นออกจากเครื่องบิน ขณะที่คนอื่นๆ สะพายกระเป๋าสัมภาระที่มีลักษณะคล้ายกระเป๋าทางทหาร การกลับมาครั้งนี้ทำให้ยอดรวมพลเมืองแอฟริกาใต้ที่ได้รับความช่วยเหลือกลับประเทศเพิ่มเป็น 15 ราย โดยยังมีอีก 2 รายที่ยังติดค้างอยู่ในรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา เปิดเผยว่าหนึ่งในนั้นยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนอีกรายกำลังอยู่ระหว่างรอเอกสารการเดินทางให้เรียบร้อย

ขยายผลสอบสวนลูกสาวอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา

โฆษกตำรวจแอฟริกาใต้ระบุว่า ได้มีการเปิดฉากสอบสวนในคดีนี้ เนื่องจากกฎหมายของแอฟริกาใต้สั่งห้ามพลเมืองเข้าร่วมในความขัดแย้งของต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนบุคคลอย่างน้อย 5 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสมัครชายกลุ่มนี้ ซึ่งรวมถึงนางดูดูซิเล ซูมา-ซัมบุดลา บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แม้เธอจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ล่าสุดเธอได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาแล้วหลังถูกพาดพิง มีรายงานว่าชายบางส่วนในกลุ่มนี้เป็นสมาชิกในครอบครัวของซูมาที่ถูกนางดูดูซิเลรับสมัครโดยตรง ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 5 รายที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีกำหนดจะขึ้นศาลในเดือนเมษายนนี้ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์คนไปรบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ

รัฐบาลแอฟริกาใต้ระบุว่า ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากชายกลุ่มนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยระบุว่าพวกเขาติดอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบรุนแรง ชายกลุ่มนี้ซึ่งมีอายุระหว่าง 20 ถึง 39 ปี อ้างว่าพวกเขาหลงเชื่อทำสัญญาจ้างงานที่อ้างว่ามีค่าตอบแทนสูง ก่อนจะพบว่าถูกส่งตัวไปเป็นทหารรับจ้าง

กรณีที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้มีความสอดคล้องกับรายงานการรับสมัครชายชาวแอฟริกันไปรบในยูเครนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยรายงานข่าวกรองที่เสนอต่อรัฐสภาเคนยาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่ามีชาวเคนยามากกว่า 1,000 คนที่ถูกเกณฑ์ไปร่วมรบในสงครามครั้งนี้เช่นเดียวกัน