ชาวอิหร่านในไทยชุมนุมหน้าสถานทูต เรียกร้องยุติสงคราม ท่ามกลางตำรวจ 100 นาย
ชาวอิหร่านชุมนุมหน้าสถานทูต เรียกร้องยุติสงคราม

ชาวอิหร่านในไทยชุมนุมหน้าสถานทูต เรียกร้องยุติสงคราม ท่ามกลางตำรวจ 100 นาย

กลุ่มชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้รวมตัวกันบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เพื่อจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้ผู้นำประเทศยุติสงครามที่กำลังเกิดขึ้น โดยกิจกรรมนี้ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจำนวนกว่า 100 นาย

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยป้ายและดอกกุหลาบ

ผู้ชุมนุมชาวอิหร่านต่างถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้ยุติการทำสงคราม พร้อมกับถือดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงความรักและสันติภาพ ระหว่างการจัดกิจกรรม มีตัวแทนของผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นพูดเป็นภาษาอังกฤษ โดยเน้นย้ำถึงความต้องการให้สงครามสิ้นสุดลง และได้ตะโกนแสดงความรักต่อประเทศชาติของตน

ตัวแทนผู้ชุมนุมเปิดเผยความรู้สึกเสียใจและกังวลอย่างมากหลังเกิดสงคราม เนื่องจากเป็นห่วงญาติพี่น้องที่ยังอาศัยอยู่ในอิหร่าน ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบาก โดยขาดไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้มานานกว่า 20 วันแล้ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายและความคาดหวังของผู้ชุมนุม

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสียงถึงผู้นำประเทศให้ยุติสงคราม ยุติความสูญเสีย และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเร่งด่วน ตัวแทนผู้ชุมนุมกล่าวว่า "ส่วนตัวคาดหวังให้สงครามจบลงโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตเพิ่มเติม"

นอกจากนี้ ตัวแทนยังระบุว่ากลุ่มอาจมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต แต่จะต้องขึ้นอยู่กับการหารือร่วมกับผู้ชุมนุมทั้งหมดก่อน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชาวอิหร่านที่มาร่วมชุมนุมได้แยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสงบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การรักษาความปลอดภัยและบรรยากาศโดยรวม

เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกว่า 100 นาย ได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณจุดจัดกิจกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าการชุมนุมจะดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ บรรยากาศโดยรวมของการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการปะทะหรือความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของชาวอิหร่านในประเทศไทยต่อสถานการณ์ในบ้านเกิด ซึ่งกำลังเผชิญกับความขัดแย้งและความยากลำบากด้านสาธารณูปโภค โดยพวกเขาหวังว่าการเรียกร้องดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีในเร็ววัน