ศุภมาส ร่วมรำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ย้ำเดินหน้าประชาธิปไตยสันติวิธี
ศุภมาส ร่วมรำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ย้ำเดินหน้าประชาธิปไตย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของรัฐบาล เข้าร่วมพิธีวางมาลาและพิธีสดุดีวีรชนเนื่องในโอกาสครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม พ.ศ. 2535 ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร โดยพิธีดังกล่าวมีขึ้นแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สาระสำคัญจากถ้อยแถลงของรัฐบาล

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยสาระสำคัญของถ้อยแถลงที่รัฐมนตรีศุภมาสได้กล่าวในพิธี โดยมีเนื้อหาดังนี้

รัฐบาลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งสะท้อนถึงพลังและเจตจำนงของประชาชนในการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงของประชาชน แม้เวลาจะผ่านมากว่าสามทศวรรษ แต่คุณค่าและบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมยังคงมีความหมายต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยมาจนถึงปัจจุบัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเคารพความเห็นต่างด้วยสันติวิธี

รัฐมนตรีศุภมาสกล่าวว่า การมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สำคัญคือการร่วมกันแสวงหาทางออกด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของเหตุผล ความเข้าใจ และการรับฟังซึ่งกันและกัน รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศโดยยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการพูดคุย สร้างความปรองดอง และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติ เคารพความเห็นต่าง และธำรงไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การแสดงความไว้อาลัยและส่งกำลังใจ

จากนั้น ผู้แทนรัฐบาลได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อวีรชนผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ พร้อมส่งกำลังใจและความระลึกถึงไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบทุกคน โดยย้ำว่าความเสียสละและความกล้าหาญของวีรชนทุกท่านจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้สังคมไทยก้าวเดินต่อไปบนวิถีแห่งประชาธิปไตย สันติ และความเป็นธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป

กิจกรรมภายในงานรำลึก

ภายในงานมีการจัดพิธีวางมาลาและกล่าวสดุดีวีรชนเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละจากเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม ตลอดจนกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “May Talk ความหวังประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสะท้อนบทเรียนทางการเมืองและแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคประชาชน ญาติวีรชน และองค์กรประชาธิปไตยเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง