เมลาเนีย ทรัมป์ ปฏิเสธความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ย้ำไม่ใช่เหยื่อและเรียกร้องไต่สวนผู้รอดชีวิต
เมลาเนีย ทรัมป์ ปฏิเสธความสัมพันธ์กับเอปสตีน ย้ำไม่ใช่เหยื่อ

เมลาเนีย ทรัมป์ ปฏิเสธความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ย้ำไม่ใช่เหยื่อและเรียกร้องไต่สวนผู้รอดชีวิต

เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวในวันนี้ (10 เมษายน 2569) เพื่อปฏิเสธความสัมพันธ์ใดๆ กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชาวอเมริกันที่ถูกตัดสินความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยเธอยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีนและไม่ใช่เหยื่อของเขา

การพบกันเพียงช่วงสั้นและไม่รู้เรื่องการล่วงละเมิด

ในแถลงการณ์ เมลาเนีย ทรัมป์ ระบุว่าเธอได้พบกับเอปสตีนเพียงช่วงสั้นๆ ในปี 2000 เท่านั้น และไม่เคยรับรู้หรือทราบเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่เอปสตีนก่อขึ้น เธอเน้นย้ำว่าข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงเธอกับเอปสตีนเป็นเพียงการใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้มูลความจริง และเรียกร้องให้ยุติคำโกหกดังกล่าวในทันที

นอกจากนี้ เธอยังปฏิเสธความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อกับ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้ร่วมงานคนสนิทของเอปสตีน โดยชี้แจงว่ามีเพียงการติดต่อกันแบบผิวเผินเท่านั้น ไม่ได้มีความใกล้ชิดใดๆ ที่จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เรียกร้องให้มีการไต่สวนผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ทางเพศ

เมลาเนีย ทรัมป์ ยังได้ใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้มีการไต่สวนอย่างจริงจังสำหรับผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ทางเพศของเอปสตีน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิและให้ความเป็นธรรมกับเหยื่อในคดีดังกล่าว ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การแถลงที่ไม่บ่อยครั้งและอาจจุดประกายการถกเถียง

การออกมาแถลงการณ์ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในประเด็นนี้ถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจเคลื่อนไหวในเวลานี้ โดยก่อนหน้านี้ ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าจากสำนักงานของเมลาเนียหรือกำหนดการประจำวันของทำเนียบขาวที่ระบุถึงการแถลงดังกล่าว

การแถลงของเมลาเนียมีแนวโน้มที่จะจุดประกายการถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นเอปสตีนอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยอมรับว่าเคยรู้จักกับเอปสตีนในช่วงหนึ่ง แต่ยืนยันว่าได้ตัดความสัมพันธ์ไปแล้วก่อนที่เอปสตีนจะถูกตัดสินความผิดเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แม้ในเอกสารของเอปสตีนจะมีการกล่าวถึงทรัมป์หลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ที่ชี้ว่าผู้นำสหรัฐฯ กระทำผิดในคดีนี้

การเคลื่อนไหวของเมลาเนียในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องชื่อเสียงและเรียกร้องความยุติธรรม ในขณะที่สังคมยังคงจับตาดูพัฒนาการของคดีเอปสตีนอย่างใกล้ชิด