นายหลิน เจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน แถลงที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ว่าจีนกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของช่องแคบไต้หวัน และสร้างความเข้าใจว่าจีนกับสหรัฐอเมริกามีบทบาทร่วมกันในการจัดการพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค
จีนเป็นต้นเหตุของความตึงเครียด
นายหลิน เจียหลง ระบุว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ไม่ได้เกิดจากไต้หวัน แต่มีต้นตอมาจากจีน พร้อมย้ำว่าไต้หวันไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม และต้องการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอาไว้ นอกจากนี้ยังกล่าวว่าไต้หวันจำเป็นต้องทำงานร่วมกับสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรตามแนวหมู่เกาะแรกในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวทางทหารที่ไม่คาดคิดจากจีน
สหรัฐฯ คือพันธมิตรสำคัญ
รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันยังระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังพยายามส่งสัญญาณว่าจีนและสหรัฐฯ มีบทบาทร่วมกันต่อไต้หวันและช่องแคบไต้หวัน แต่การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคควรอยู่บนความร่วมมือของประเทศประชาธิปไตยในการยับยั้งการใช้กำลัง นายหลิน เจียหลง อธิบายว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน โดยทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันในหลายด้าน ทั้งการขายอาวุธ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และคุณค่าทางประชาธิปไตย พร้อมระบุว่าการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศของไต้หวัน แต่ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ
ไต้หวันเพิ่มขีดความสามารถป้องกันตนเอง
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ขยายระยะเวลาการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ และเพิ่มการฝึกด้านป้องกันพลเรือน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการรักษาความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพในภูมิภาค



