วันนี้ (17 เมษายน 2569) ผศ.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์จากวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการมุมการเมืองของไทยพีบีเอส โดยตอบคำถามเกี่ยวกับเกมกฎหมายที่หลายพรรคการเมืองกำลังเผชิญ และฉากการเมืองในอนาคต ผศ.เชษฐา กล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นลักษณะของการผูกขาพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลในปัจจุบัน โดยเฉพาะสามอันดับแรกที่เป็นพรรคใหญ่ ได้แก่ พรรคสีน้ำเงิน สีส้ม และสีแดง ซึ่งล้วนชนะการเลือกตั้งในอันดับ 1-3 จะมีเกมผูกขาเพื่อดูว่าจังหวะไหนจะถูกนำมาใช้ทำให้อีกพรรคเสียเปรียบ
ค่ายสีส้มเสียเปรียบสูงจากคดี 44 สส.
การผูกขาที่ใช้เป็นคดีในตอนนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าค่ายสีส้มเสียเปรียบที่สุด เนื่องจากคดี 44 สส. ได้เข้าสู่ชั้นศาลแล้ว โดยในวันศุกร์หน้า (24 เมษายน) ศาลจะพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ค่ายสีส้มคือพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง หากศาลรับคำร้องและให้ 10 สส. หยุดทำหน้าที่ทันที จะทำให้ขุมกำลังอ่อนลง เมื่ออ่อนลง ผลสวิงจะไปได้เปรียบกับฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน ทั้งค่ายน้ำเงินและแดง (พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย) ในช่วงแรกพรรคส้ม (พรรคประชาชน) โดนก่อน ซึ่งในทางการเมืองมองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเป็นการเตะตัดขาพรรคใหญ่โดยเฉพาะ
เกมตัดขาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตะตัดขา หากค่ายสีส้มล้มไปแล้ว ที่เหลืออีกสองพรรคจะตัดขากันเองหรือไม่ ผศ.เชษฐากล่าวว่า ในทางการเมืองช่วงแรกต้องร่วมกันสร้างผลงานให้รัฐบาลอยู่รอด แต่ด้วยเป็นรัฐบาลผสม เวลาทำงานกันไปอาจต้องมีการผันงบประมาณ บางครั้งอาจเกิดความแคลงใจกันด้วย โดยยกตัวอย่างรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ในปี 2562 พรรคร่วมยังมีอาการกระทบกระทั่งกัน หรือแม้แต่รัฐบาลเศรษฐา ก็ยังมีกระทบกันเป็นธรรมชาติ อีกสองพรรคที่เหลือไม่ได้มีอะไรรับประกันว่าจะกระทบกันหรือไม่ แต่ให้ดูสิ่งที่ผูกขาอยู่ว่าสิ่งไหนจะถูกนำมาใช้ก่อน
คดีฮั้ว สว. และบัตรเลือกตั้งเป็นตัวแปรสำคัญ
เมื่อถามถึงคดีฮั้ว สว. หากตัดสินเป็นลบคงเป็นเรื่องใหญ่ บริบทที่ประกอบกันแล้วน่าจะเป็นอย่างไร ผศ.เชษฐากล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับผู้บริหารค่ายน้ำเงิน หากตัดสินเป็นลบนี่เรื่องใหญ่จริง ๆ แต่คิดว่าคดีฮั้ว สว. ผ่านช่วงพีคไปแล้ว โดยพีคตอนรัฐบาลเพื่อไทยสมัยภูมิธรรมเป็นรักษาการนายกฯ ตอนนั้นเข้มข้นในการดำเนินคดีจนเกือบจะปิดเกมสีน้ำเงินได้ แต่พอรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว จังหวะของการเร่งคดีหายไปเลย มันเป็นแค่สิ่งที่พูดถึงกันผ่านหน้าสื่อ ประเด็นต่อมาในเชิงข้อโต้แย้ง ปรากฏว่าข้อโต้แย้งทางคดีฮั้วที่จะเป็นลบต่อค่ายน้ำเงิน มีเหตุผลโต้แย้งค่อย ๆ ผุดออกมาทำนองว่าไม่ได้มีลักษณะตามข้อกล่าวหา ดังนั้นดูจากรูปการณ์ทั้งจังหวะที่ช้าลงรวมกับข้อโต้แย้ง รวมถึงพรรคภูมิใจไทยถืออำนาจอันดับหนึ่ง มีเสียง สส. แข็งแกร่งมาก โอกาสที่คดีฮั้วจะเกิดผลลบในช่วงเวลาอันสั้นนี้ยังยาก แต่ไม่ตัดทิ้งประเด็น เพราะในการเมืองไทยมีลักษณะที่เรียกว่า “รัฐพันลึก” ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการ ผู้มากบารมี หรืออื่น ๆ ที่คิดว่าหวังดีต่อประเทศ หากกลุ่มนี้มองว่าภูมิใจไทยบริหารประเทศไม่ได้ คดีที่ว่าก็อาจถูกเร่งขึ้นมาอีกได้
บัตรเลือกตั้งอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ใหญ่กว่าคือเรื่องบัตรเลือกตั้ง ถ้าออกมาเป็นลบ สงสัยต้องล้างกระดาน ผศ.เชษฐากล่าวว่า ตนคิดว่ายังมีน้ำหนักกว่า เพราะหน่วยงานที่เป็นคนยื่นไปยังศาลคือผู้ตรวจการแผ่นดิน ในเชิงขององค์กรภาครัฐนั้น ผู้ตรวจการฯ ถือว่าน่าเชื่อถือในการชงเรื่อง แม้เขาจะบอกว่ารับเรื่องมาสิบกว่าเรื่อง แต่สุดท้ายเขามัดรวมกันและไปสืบสวนหาเหตุของเขาเองว่ามันเข้าข่ายข้อไหนอย่างไร ก่อนจะชงขึ้นไป ผมดูว่าเป็นอะไรที่น่ากังวลมากกว่า เมื่อศาลรับพิจารณาจะเป็นเรื่องสำคัญ ในระยะสามเดือนจะต้องมีความคืบหน้าในเรื่องนี้แล้ว นี่จะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่จะแซงทุกคดี แต่มันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ปรากฎจะเป็นไปตามข้อกล่าวหา เพราะหลายเรื่องที่เข้าสู่ศาลก็จะถูกพิจารณาอย่างละเอียด
เมื่อถามว่าคดีนี้จะกระทบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ผศ.เชษฐากล่าวว่ากระทบเพราะเป็นการล้มกระดาน ถ้าต้องมาเลือกตั้งใหม่ในช่วงที่ภูมิใจไทยยังสร้างผลงานได้ไม่เต็มที่ ผลการเลือกตั้งอาจไม่เหมือนเดิม และพรรคภูมิใจไทยเพิ่งจะมาเป็นครม. 100% ได้ก่อนสงกรานต์ แค่นิดเดียว หากศาลพิจารณา 3 เดือน ก็ต้องรอดูว่าจะปั้นผลงานได้เร็วไหม คดีนี้ไม่น่าจะลากกันเป็นปี



