“กังฟู วสวรรธน์” รายงานตัวสภาฯ ย้ำบทบาทผู้แทนเสียงคนชายแดน พร้อมหนุนรัฐบาลโดยไม่วิ่งหาตำแหน่ง
วันนี้ (7 มีนาคม 2569) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักในชื่อ “กังฟู” ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้เดินทางมารายงานตัวเข้าสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ พร้อมกับสส.รายใหม่อีก 2 คน โดยในช่วงเช้าวันนี้ มีผู้มารายงานตัวแล้วรวมทั้งสิ้น 3 คน ส่งผลให้ยอดสะสมปัจจุบันอยู่ที่ 376 คน
ขอบคุณประชาชนและย้ำจุดยืนการทำงานเพื่อคนชายแดน
นายวสวรรธน์ กล่าวเปิดเผยว่า “ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความเมตตาและความไว้วางใจเลือกพรรคไทรวมพลัง ทั้งในระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ แม้ผมจะเป็นเพียงหนึ่งเสียงจากบัญชีรายชื่อที่มาจากจังหวัดชายแดน แต่ผมจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนเสียงของคนชายแดนอย่างเต็มที่” เขาย้ำว่าพรรคพร้อมทำงานให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งผู้ที่เลือกและไม่ได้เลือก โดยมุ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อลดความขัดแย้งและผลักดันประโยชน์สาธารณะ
แผนการทำงานในสภาฯ และการสนับสนุนกฎหมายเพื่อประชาชน
พรรคไทรวมพลังได้วางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรอย่างชัดเจน โดยจะมีการหารือเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากสส.ของพรรคส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด การจัดระบบจะช่วยหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนและสะท้อนปัญหาของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายวสวรรธน์ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสานต่องานเกี่ยวกับกฎหมายที่ค้างคาจากสภาชุดก่อนหน้า เช่น พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน โดยจะสนับสนุนกฎหมายใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
จุดยืนการร่วมรัฐบาล: ไม่วิ่งหาตำแหน่ง แต่พร้อมสนับสนุน
นายวสวรรธน์ ย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลว่า “พรรคไทรวมพลังจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งหรือขอร่วมรัฐบาลด้วยมารยาททางการเมือง ต้องให้พรรคอันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เชิญมาเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ” เขาชี้แจงว่าหากได้รับการติดต่อ พรรคจะไม่เล่นตัวและพร้อมสนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไข เสียง 6 เสียงของพรรคจะช่วยเติมพลังให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ โดยเฉพาะเพื่อทำให้เสียงของประชาชนชายแดนดังขึ้นในประเด็นต่างๆ เช่น การแก้มาตรการเกี่ยวกับสงครามและการดูแลประชาชนในพื้นที่ชายแดน
เน้นความสอดคล้องนโยบายและความร่วมมือกับพรรคอื่น
นายวสวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายของพรรคไทรวมพลังและพรรคภูมิใจไทยมีความตรงกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด หากมีการให้ความช่วยเหลือและผลประโยชน์ร่วมกัน พรรคก็พร้อมจับมือเดินหน้าไปด้วยกัน เขายังเน้นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญของประเทศ
ปัญหาชายแดน: เรียกร้องการแก้ไขอย่างยั่งยืนและเร่งด่วน
ในส่วนของปัญหาเรื่องชายแดน นายวสวรรธน์ ระบุว่าแม้ช่วงนี้จะไม่มีปัญหาน่าเป็นกังวลมากนัก แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากยังมีการเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง หากอีกฝ่ายมีการยั่วยุหรือเสริมกำลังมากขึ้น ก็แสดงว่าไม่ได้หยุดนิ่ง ดังนั้น กองทัพไทยต้องเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงควบคู่กันไป เขาแสดงความเชื่อมั่นในกองทัพที่จะแก้ปัญหาชายแดนได้ แต่ชี้ว่าชาวบ้านยังคงลำบากและต้องการให้ปัญหาจบลงโดยเร็ว
“การแก้ไขปัญหาชายแดนไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในวันสองวันหรือเดือนสองเดือน แต่ต้องอาศัยความยั่งยืนและความต่อเนื่อง” นายวสวรรธน์ กล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ตั้งขึ้นโดยเร็วเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านชายแดนและเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เขายังเน้นถึงความจำเป็นในการสนับสนุนงบประมาณและเยียวยาทหารที่ยังไม่ได้รับเงินตามที่รัฐบาลเคยประกาศไว้
สรุปการรายงานตัวสส.และข้อมูลล่าสุด
นอกจากนายวสวรรธน์ แล้ว สส.ที่มารายงานตัวในเช้าวันนี้ยังประกอบด้วย นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสะท้อนถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่



