พรรคการเมืองหลายพรรคกำลังเตรียมความพร้อมในการชำระหนี้ก้อนโตที่ครบกำหนดตามกฎหมายลูกว่าด้วยการเงินพรรคการเมือง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2560 โดยหนี้ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา
กฎหมายลูกกำหนดให้พรรคการเมืองต้องชำระหนี้ภายในกรอบเวลา
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องชำระหนี้ที่ค้างชำระให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการยุบพรรค ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญเพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันการใช้เงินนอกระบบ
รายละเอียดหนี้สินของพรรคการเมือง
หนี้สินของพรรคการเมืองส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินจากบุคคลหรือสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง การบริหารจัดการพรรค และกิจกรรมอื่นๆ โดยบางพรรคมีหนี้สูงถึงหลายสิบล้านบาท การชำระหนี้ครั้งนี้จึงเป็นภาระสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
- พรรคการเมืองขนาดใหญ่มีหนี้สินเฉลี่ยประมาณ 50-100 ล้านบาท
- พรรคขนาดกลางมีหนี้สินประมาณ 10-30 ล้านบาท
- พรรคขนาดเล็กบางพรรคมีหนี้สินไม่ถึง 1 ล้านบาท
การชำระหนี้ของพรรคการเมืองจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย
ผลกระทบหากพรรคการเมืองไม่ชำระหนี้
หากพรรคการเมืองไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด อาจถูกดำเนินคดีและเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมาชิกพรรคและนักการเมืองที่สังกัดพรรคนั้นๆ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบการเมือง
มาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไข
พรรคการเมืองหลายพรรคได้วางแผนหาเงินมาชำระหนี้ โดยการระดมทุนจากสมาชิกพรรค การจัดกิจกรรมหารายได้ หรือการกู้ยืมเพิ่มเติม แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด
- การระดมทุนจากสมาชิกพรรคผ่านการบริจาค
- การจัดกิจกรรมหารายได้ เช่น การจัดงานเลี้ยงหรือการขายสินค้าที่ระลึก
- การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ กกต. จะติดตามและตรวจสอบการชำระหนี้ของพรรคการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและป้องกันการทุจริต



