พรรคกล้าธรรมจัดทัพใหญ่ ‘ผู้กองธรรมนัส’ นั่งหัวหน้าพรรค ‘ไผ่ ลิกค์-นฤมล’ คุมทีมบริหาร
วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ พรรคกล้าธรรมได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 เพื่อปรับโครงสร้างบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด ให้สอดคล้องกับการขยายตัวของพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรคและโฆษกพรรคชุดใหม่ เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นการยกระดับพรรคให้พร้อมทำงานรับใช้ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพรรคมี สส. เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากรัฐบาลชุดที่แล้ว (จาก 24 คน) จึงจำเป็นต้องมีทีมบริหารที่ครอบคลุมการดูแลพื้นที่อย่างน้อย 4-5 ภาค โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ส่วนกลางเพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคได้เคยประกาศไว้
ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรมชุดใหม่
คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มีจำนวน 20 คน ประกอบด้วยรายชื่อสำคัญดังนี้
- หัวหน้าพรรค: ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
- เลขาธิการพรรค: นายไผ่ ลิกค์
- เหรัญญิก: นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
- นายทะเบียนพรรค: นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
- โฆษกพรรค: นายอรรถกร ศิริลัทธยากร
นอกจากนี้ยังมีกรรมการบริหารพรรคที่น่าสนใจ อาทิ นายอิทธิ ศิริลัทธิยากร, นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และนายนิกร ซัจเดว เป็นต้น โดยเน้นบุคลากรที่มีความพร้อมและมุ่งมั่นในการทำงาน โดยไม่แบ่งแยกระหว่าง สส. หรืออดีต สส.
แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคและที่ปรึกษา
นายอรรถกรกล่าวต่อว่า พรรคยังได้แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคอีก 12 คน เพื่อดูแลภารกิจในมิติต่างๆ อาทิ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา, นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายอัครา พรหมเผ่า ขณะที่ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประกอบด้วยบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นางปวีณา หงสกุล และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข
ความชัดเจนในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.
สำหรับความชัดเจนในการส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นายอรรถกร ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากพรรคตัดสินใจส่งผู้สมัคร จะต้องเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด แต่หากไม่ส่ง ก็จะมีเหตุผลมาชี้แจงให้ประชาชนทราบต่อไป ซึ่งต้องรอการหารือกับสมาชิกพรรคในส่วนของกรุงเทพมหานครก่อนสรุปมติอีกครั้ง



