ซาอุดีอาระเบียประกาศเตรียมจ่ายเงินชดเชยรวม 10 ล้านบาทให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปลดล็อกอายุขั้นต่ำในการขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ตามรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่น
รายละเอียดการชดเชย
รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า เงินชดเชยดังกล่าวจะมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายใหม่ ซึ่งรวมถึงผู้ที่สูญเสียรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยผู้มีสิทธิ์ได้รับชดเชยจะต้องยื่นคำร้องภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568
นโยบายปลดล็อกอายุขายบุหรี่ไฟฟ้าครั้งนี้เป็นการปรับลดอายุขั้นต่ำจาก 21 ปีเหลือ 18 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ Vision 2030 ที่มุ่งเพิ่มรายได้ภาษีและลดการพึ่งพาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวอาจเพิ่มอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มวัยรุ่น
ผลกระทบต่อสุขภาพ
ดร. อาลี อัล-ซายิด นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยคิงซาอุด กล่าวว่า "การลดอายุขายบุหรี่ไฟฟ้าอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเสพติดนิโคติน" นอกจากนี้ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียระบุว่า ในปี 2566 มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 1.5 ล้านคน คิดเป็น 4.5% ของประชากรทั้งหมด
รัฐบาลจึงกำหนดวงเงินชดเชย 10 ล้านบาท เพื่อเป็นมาตรการเยียวยาเบื้องต้น โดยหวังว่าการชดเชยนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่กลุ่มต่อต้านการสูบบุหรี่เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายอีกครั้ง
ปฏิกิริยาจากสังคม
ความคิดเห็นในโลกออนไลน์แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนนโยบายปลดล็อกอายุว่าเป็นการเพิ่มเสรีภาพส่วนบุคคล ในขณะที่อีกฝ่ายกังวลถึงผลกระทบด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่มีอายุ 18-20 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้ตามกฎหมาย
นายซาเลห์ อัล-กอห์ตานี นักธุรกิจในริยาด กล่าวว่า "การชดเชย 10 ล้านบาทเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุ รัฐบาลควรลงทุนในการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่า"
ทั้งนี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำร้องขอรับเงินชดเชยอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า



