เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวง (ทล.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามตัวผู้ขับขี่รถยนต์ที่ทำให้น็อตและสกรูตกลงบนพื้นผิวการจราจรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) ขาออก บริเวณกิโลเมตรที่ 39+600 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายจากการเหยียบวัสดุดังกล่าวหลายคัน โดยผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวและรับสารภาพ พร้อมยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
สาเหตุจากความประมาทในการบรรทุก
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากการบรรทุกวัสดุประเภทน็อตและสกรูโดยไม่มีการปิดคลุมให้เรียบร้อย ทำให้วัสดุดังกล่าวตกหล่นลงบนผิวจราจรเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานว่ารถยนต์ได้รับความเสียหายจากยางรั่วมากกว่า 40 คัน
การติดตามผู้ก่อเหตุและการรับผิดชอบ
กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ร่วมกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้ภายในวันเดียวกัน โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้ข้อมูลและรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมาย
ผู้ก่อเหตุยอมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ และในส่วนของค่าเสียหายที่อาจอยู่นอกเหนือความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย เจ้าของกิจการได้ยืนยันรับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มเติมทั้งหมด
จำนวนผู้เสียหายและการดำเนินการ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามข้อมูลจากร้านซ่อมยางรถยนต์บริเวณทางลงบางปะกง จำนวน 2 แห่ง พบว่ามีรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบเข้ารับบริการปะยางรวมประมาณ 43 คัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันจำนวนผู้เสียหายให้ครบถ้วนต่อไป
กรมทางหลวงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และตำรวจนครบาลอ่อนนุช ที่ร่วมกันติดตามผู้ก่อเหตุและประสานการรับผิดชอบความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว
แนวทางการชดใช้และการแจ้งความสำหรับผู้เสียหาย
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความและยื่นหลักฐานประกอบการพิจารณาค่าเสียหายได้ที่สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
กรมทางหลวงขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกประเภทให้ตรวจสอบการบรรทุกสิ่งของ การยึดตรึงวัสดุ และการปิดคลุมสินค้าให้ถูกต้องและรัดกุมก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันวัสดุตกหล่นบนผิวทาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง



