พลพีร์-วรศิษฎ์ ลงภูเก็ต ลุยแก้ปัญหาหาดฟรีด้อม สั่งตรวจสอบเอกสารสิทธิ น.ส.3
พลพีร์-วรศิษฎ์ ลงภูเก็ต ลุยแก้ปัญหาหาดฟรีด้อม สั่งตรวจสอบ น.ส.3

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมช.มหาดไทย และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้เดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลที่รุกที่สาธารณะ การใช้นอมินี และการเรียกส่วยในพื้นที่

รายงานสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ทันทีที่คณะลงถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ในพื้นที่ ก่อนที่คณะจะเดินทางต่อไปยังจุดแรกคือ หาดฟรีด้อม ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต

การตรวจสอบพื้นที่หาดฟรีด้อม

เมื่อคณะของกระทรวงมหาดไทยเดินทางถึงจุดทางลงหาดฟรีด้อม เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ นำโดยนายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ได้รายละเอียดของพื้นที่ พร้อมนำแผนที่แสดงจุดต่างๆ บนหาดให้คณะได้รับทราบ จากนั้นจึงพาคณะเดินลงไปยังหาดฟรีด้อม ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันระยะทางกว่า 300 เมตร เป็นถนนหินลูกรัง ระหว่างทางพบป้าย “พื้นที่ตรวจยึด” และบางจุดมีผู้ประกอบการบางรายอ้างสิทธิ์ว่าได้รับเอกสารสิทธิ์และเรียกเก็บค่าหัวนักท่องเที่ยวคนละ 100 บาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ครั้งล่าสุด จุดดังกล่าวมีการกางร่มและเก้าอี้ผ้าใบ รวมถึงมีการยิงปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาตรวจสอบเป็นประจำ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นทรัพยากรและที่ดินของรัฐ บริเวณชายหาดยังมีการวางทุ่น ซึ่งหากไม่ใช่หน้ามรสุม เรือนำเที่ยวจะสามารถเข้ามาส่งนักท่องเที่ยวที่หาดฟรีด้อมและเรียกเก็บค่าหัวอีกด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพลพีร์ชี้แจงประเด็นเอกสารสิทธิ น.ส.3

นายพลพีร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้ต้องการมาดูสถานที่จริงเพื่อเข้าใจปัญหา จากการรายงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ชี้จุดว่าพื้นที่ส่วนใดเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และพื้นที่ใดเป็นของป่าไม้ พบว่าพื้นที่นี้มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองเป็น น.ส.3 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้กรมที่ดินตรวจสอบว่าออกเอกสารเมื่อใด และออกได้อย่างไร เพราะพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดเป็นของป่าไม้และ ส.ป.ก. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะออก น.ส.3 ให้พื้นที่ตรงนี้ได้ หลังจากนี้จะต้องทำเรื่องถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ พื้นที่ที่อ้างว่ามี น.ส.3 มีการเก็บค่าบริการเดินลงหาดระยะทางประมาณ 300 เมตร และอีกฝั่งก็มี “เสี่ยเล็ก” เก็บค่าบริการเช่นเดียวกัน รวมทั้งก่อนหน้านี้พบว่ามีการติดตั้งราวกันในพื้นที่หาดฟรีด้อมที่มีการกางร่มและเก็บค่าบริการ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นทรัพย์สินของรัฐทั้งหมด ไม่สามารถทำกิจการหากินได้ เพราะผิดกฎหมาย จึงต้องมาดูสภาพความเป็นจริงว่านักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบหรือไม่

การยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่

นายพลพีร์กล่าวถึงการยิงข่มขู่ว่า คาดว่าเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งมั่นใจว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสภาพแวดล้อมดูได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อมีการข่มขู่ก็ต้องทำงานอย่างรอบคอบและระมัดระวังไม่ให้เจ้าหน้าที่ประสบเหตุ ที่ดินทั้งหมดที่สงสัยอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายทุกแปลง เหลือเพียงพื้นที่หาดฟรีด้อมที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3

แผนการดำเนินงานในวันพรุ่งนี้

นายพลพีร์เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 มิถุนายน) จะไปพบกับผู้ประกอบการ และจะพิจารณาในเรื่องของกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ เพื่อหาสาเหตุว่าทำไมบางธุรกิจยังไม่สามารถขอใบอนุญาตหรือเปิดดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีอุปสรรคใดที่ต้องแก้ไข สำหรับผู้ที่ประกอบการหรือธุรกิจที่ยังไม่ถูกต้อง ให้มาขออนุญาต มาลงทะเบียน และมาพูดคุย เพราะอยากทราบถึงอุปสรรคในการขอใบอนุญาต การถูกขูดรีด หรือการถูกมาเฟียคุกคาม นายพลพีร์และนายวรศิษฎ์ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้คนภูเก็ตอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีอิทธิพล ไม่ต้องมีมาเฟีย หรือใครมาขูดรีดอีกต่อไป นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ดำเนินการ

นายพลพีร์ยืนยันว่า ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะเป็นหน้าที่ของตน และมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรมป่าไม้ร่วมด้วย ยืนยันว่าการบำบัดทุกข์บำรุงสุขเป็นหน้าที่ของพวกเรา ดังนั้นไม่ต้องเกรงกลัวใคร หากมีปัญหาให้มาหาและพูดคุยกัน เพราะบางครั้งอาจไม่รู้ถึงปัญหาที่ประชาชนประสบ หรืออาจติดขัดในขั้นตอนของกฎหมาย เรามาที่นี่เพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาให้ทุกคน

ประเด็นส่วยที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ

เมื่อถามถึงเรื่องส่วยที่ไปเกี่ยวพันกับข้าราชการและถูกโยงถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์กล่าวว่า ถ้าทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย ใครจะมาเก็บอะไรได้ แต่ทุกวันนี้มีคนใช้ช่องว่างของกฎหมายและช่องว่างของข้าราชการเพื่อเอาเปรียบประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและพวกเรารับไม่ได้ จึงต้องลงมาจัดการด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่วันนี้และพรุ่งนี้แล้วจบ แต่มีแผน 2 แผน 3 แผน 4 และขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องกลับมาอีกเพื่อทำให้สำเร็จ

ส่วนการพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการแก้ปัญหาส่วย นายพลพีร์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าคนที่ต้องการประกอบกิจการอย่างถูกกฎหมายมีจำนวนมาก แต่คนที่ไม่อยากให้ถูกกฎหมายก็มีเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องอำนวยความสะดวกคนที่อยากอยู่ในระบบ ส่วนใครที่อยู่นอกกฎหมายก็ต้องตามจับกุม

การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับจังหวัด

เมื่อถามถึงการล้างบางผู้บริหารระดับจังหวัดและชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร นายพลพีร์กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ประเด็นว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดในกระทรวงมหาดไทย นโยบายของนายกรัฐมนตรีชัดเจนว่าต้องทำอะไรและช่วยภูเก็ตอย่างไร หากยึดแนวปฏิบัตินี้ก็ไม่มีปัญหากับใคร ส่วนที่มีสังคมวิจารณ์ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้นั้น นายพลพีร์กล่าวว่า “ที่นายกฯ ให้ผมมา ไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำให้เสร็จ แต่มาทำให้สำเร็จ ฉะนั้นมันต่างกัน ขอให้เวลาพวกผมนิดหน่อย เพราะรองผู้ว่าราชการจังหวัดก็เพิ่งย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็เพิ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรี ผมจึงต้องมาเซ็ตระบบกฎหมายและระเบียบ แต่ที่แน่ๆ ใครอยู่เหนือกฎหมายเราจับหมด”

แผนพัฒนาพื้นที่หาดฟรีด้อม

นายวรศิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางกระทรวงมีแผนที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เพื่อให้การท่องเที่ยวมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นและดูแลนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิม