ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ปมสถานภาพนายกฯ เศรษฐา
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมสถานภาพนายกฯเศรษฐา

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายพิชิตขาดคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

รายละเอียดคำร้อง

คำร้องดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 นายเศรษฐาได้นำความกราบบังคมทูลแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน จากกรณีดูหมิ่นศาล ซึ่งถือเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ที่กำหนดให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก

ผู้ร้องทั้ง 40 คนเห็นว่า การกระทำของนายเศรษฐาเป็นการกระทำที่รู้หรือควรรู้ว่านายพิชิตขาดคุณสมบัติ แต่ยังเสนอชื่อให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ทำให้สถานภาพนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ที่บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 160”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มติศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า คำร้องมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา จึงมีมติรับคำร้องไว้ และให้ผู้ถูกร้อง (นายเศรษฐา) ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้นายเศรษฐาหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า “ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายเศรษฐา ส่งผลให้รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลจะยังคงดำเนินต่อไปได้ แต่การตัดสินใจในเรื่องสำคัญบางเรื่องอาจต้องรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 เดือน

ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ เพราะมีบรรทัดฐานจากคดีก่อนหน้านี้ เช่น กรณีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อครั้งที่ถูกร้องเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง

ด้านนายวิสุทธิ์ มีชัย รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า รัฐบาลจะเคารพกระบวนการยุติธรรม และจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ