ผู้ว่าฯ กทม. เผย 7 ข้อเสนอแก้ปัญหา PM2.5 หลังประชุมผู้ว่าฯ 6 จังหวัดภาคเหนือ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการ 6 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และน่าน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง โดยที่ประชุมได้สรุปข้อเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อเสนอต่อรัฐบาลกลาง
นายชัชชาติกล่าวว่า "การประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างจังหวัดต่างๆ เพื่อหาทางออกที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน"
7 ข้อเสนอสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการประชุม
ข้อเสนอแรก คือ การขอให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติจากฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้สามารถใช้งบประมาณและทรัพยากรในการจัดการปัญหาได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันและเครื่องฟอกอากาศให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
ข้อเสนอที่สอง คือ การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการดำเนินมาตรการลดฝุ่น เช่น การควบคุมการเผาในที่โล่ง การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และการจัดหาน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ
ข้อเสนอที่สาม คือ การเร่งรัดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยเฉพาะการเผาป่าและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ โดยให้มีการลงโทษทั้งปรับและจำคุกตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อเสนอที่สี่ คือ การสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนที่ฝุ่นจะถึงระดับอันตราย
ข้อเสนอที่ห้า คือ การสนับสนุนการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่ต้นเหตุของไฟป่า โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นในการปลูกต้นไม้และสร้างแนวกันไฟ
ข้อเสนอที่หก คือ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ภาคเหนือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดฝุ่น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่
ข้อเสนอที่เจ็ด คือ การจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างจังหวัดเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลให้สาธารณชนรับทราบเป็นระยะ
สถานการณ์ PM2.5 ในภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง
จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วงวันที่ 1-15 มีนาคม 2568 ค่า PM2.5 ในหลายจังหวัดภาคเหนืออยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงถึง 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถึง 3 เท่า ส่งผลให้ประชาชนต้องสวมหน้ากาก N95 เมื่อออกนอกบ้าน และหลายโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนเพื่อลดความเสี่ยง
นายชัชชาติกล่าวว่า "ทุกจังหวัดเห็นพ้องต้องกันว่าปัญหานี้ต้องแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในช่วงที่มีฝุ่นสูงเท่านั้น แต่ต้องเป็นมาตรการระยะยาว โดยเฉพาะการจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นทั้งจากการเผาและจากยานพาหนะ"
แนวทางความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเหนือ
แม้ว่า กทม. จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างเมืองหลวงกับภูมิภาค เนื่องจาก กทม. มีประสบการณ์ในการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 มาแล้วหลายปี โดยเฉพาะการควบคุมการก่อสร้าง การตรวจวัดคุณภาพอากาศ และการรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถสาธารณะ
นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า "กทม. พร้อมที่จะแบ่งปันองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการฝุ่น เช่น ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และแนวทางการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่ภาคเหนือ"
ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้ง 7 ข้อจะถูกนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้จากช่องทางของแต่ละจังหวัดและสำนักนายกรัฐมนตรี



