การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังเข้มข้นขึ้นเมื่อพรรคเศรษฐกิจเปิดโปงระบบอากงที่เรียกเก็บส่วยจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เขตละ 10 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีการข่มขู่และใช้กำลังบังคับให้ผู้ค้าต้องจ่ายเงินเพื่อความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ
พรรคเศรษฐกิจแฉระบบอากง
พรรคเศรษฐกิจได้แถลงข่าวเปิดโปงเครือข่ายอากงที่ดำเนินการมานานหลายปี โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ผู้ค้ารายย่อยในหลายเขตถูกบังคับให้จ่ายส่วยตั้งแต่ 5,000-20,000 บาทต่อร้าน หากไม่จ่ายจะถูกคุกคามหรือทำลายทรัพย์สิน
ผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อย
ผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดสดและหาบเร่แผงลอยได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางรายต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายส่วยจนเป็นหนี้สะสม ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นและผู้บริโภคต้องแบกรับภาระ
- เขตบางเขน มีการเรียกเก็บส่วยสูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อเดือน
- เขตคลองเตย พบการข่มขู่และทำร้ายร่างกายผู้ค้าที่ไม่ยอมจ่าย
- เขตปทุมวัน มีการตั้งจุดเก็บเงินกลางถนน
พรรคเศรษฐกิจประกาศว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย และเสนอมาตรการปราบปรามระบบอากงอย่างจริงจัง หากชนะการเลือกตั้ง
ปฏิกิริยาจากฝ่ายตรงข้าม
ผู้สมัครจากพรรคอื่นปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นการหาเสียงโดยใช้ประเด็นเท็จ ด้านผู้ว่าฯ คนปัจจุบันยังไม่แสดงความเห็น แต่แหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาลเผยว่ากำลังสอบสวนข้อเท็จจริง
ชาวกรุงเทพฯ จำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย สนับสนุนให้มีการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บส่วยอย่างเด็ดขาด



