ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.เดือด พรรคเศรษฐกิจแฉระบบอากงรีดส่วยเขตละ 10 ล้าน
ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.เดือด พรรคเศรษฐกิจแฉระบบอากงรีดส่วย

ศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังเดือดระอุ เมื่อพรรคเศรษฐกิจออกมาเปิดโปงระบบอากงที่รีดเก็บส่วยจากผู้ประกอบการในแต่ละเขตคิดเป็นมูลค่าสูงถึงเขตละ 10 ล้านบาท การเปิดโปงครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์

รายละเอียดการแฉระบบอากง

พรรคเศรษฐกิจได้แถลงข่าวเปิดหลักฐานการทุจริตในระบบจัดเก็บภาษีของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เรียกเก็บส่วยจากร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย หากไม่ยอมจ่ายก็จะถูกข่มขู่หรือทำให้การดำเนินธุรกิจลำบาก ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยในระหว่างการดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชน

ปฏิกิริยาจากสังคม

หลังจากข่าวแพร่ออกไป ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังระบุว่าระบบอากงเป็นปัญหาเรื้อรังที่กัดกร่อนเศรษฐกิจฐานรากและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

ในวันเดียวกันนี้ ตำรวจได้ขยายผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด โดยบุกยึดพอดซอมบี้จำนวนมากและยาไอซ์อีก 1 กิโลกรัมจากการค้นห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตคลองเตย ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด เมื่อมีรายงานการสกัดกั้นเรือขนน้ำมัน 4 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเรือรบสหรัฐฯ คุ้มกัน กองกำลังอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีเพื่อขัดขวางการขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การเมืองท้องถิ่นร้อนแรง

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสนามทดสอบความนิยมของพรรคการเมืองใหญ่ก่อนการเลือกตั้งระดับประเทศ ผู้สมัครจากพรรคเศรษฐกิจใช้ประเด็นการทุจริตเป็นอาวุธโจมตีคู่แข่ง ขณะที่ผู้สมัครจากพรรครัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง

ด้านนักวิเคราะห์มองว่าการแฉระบบอากงครั้งนี้อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของผู้สมัครบางราย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามดูว่าการเปิดโปงครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีในกรุงเทพฯ หรือไม่