สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 280 เสียง ไม่เห็นชอบ 150 เสียง และงดออกเสียง 20 เสียง โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการปรับลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
รายละเอียดการปรับลดภาษี
ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะถูกปรับลดลงจากเดิมสูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะที่ดินเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัยหลังแรกจะได้รับอัตราภาษีที่ต่ำลงอย่างมาก ขณะที่ที่ดินเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะได้รับการปรับลดในอัตราที่เหมาะสม
การยกเว้นภาษีสำหรับกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังได้ขยายขอบเขตการยกเว้นภาษีให้ครอบคลุมถึงผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โดยกำหนดมูลค่าที่ดินที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
- ลดอัตราภาษีสูงสุด 50% สำหรับที่ดินเพื่อการเกษตร
- ลดอัตราภาษีที่อยู่อาศัยหลังแรกเหลือ 0.01%
- ยกเว้นภาษีสำหรับที่ดินมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเปราะบาง
- ปรับลดภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าจาก 2% เหลือ 1%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีได้แถลงภายหลังการประชุมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และสนับสนุนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดภาระภาษีให้กับประชาชนได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายได้ที่ลดลงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะ โดยได้เสนอให้รัฐบาลมีมาตรการชดเชยรายได้ให้กับท้องถิ่นอย่างเหมาะสม
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาก่อนที่จะประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน



