สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยคะแนนเสียง 267 ต่อ 156 เสียง โดยมีวงเงินทั้งสิ้น 3.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าร้อยละ 2.7 การอนุมัติในครั้งนี้เป็นไปตามกรอบนโยบายการคลังของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
รายละเอียดของงบประมาณ
งบประมาณที่ได้รับอนุมัติครอบคลุมหลายด้าน โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข ความมั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสำหรับโครงการสำคัญต่างๆ เช่น โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ
การจัดสรรงบประมาณในส่วนต่างๆ
- งบประมาณเพื่อการศึกษา: ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทักษะของเยาวชนไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
- งบประมาณด้านสาธารณสุข: เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- งบประมาณด้านความมั่นคง: ได้รับการจัดสรรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันประเทศและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การอภิปรายในสภา
ในระหว่างการอภิปราย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายค้านได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น และการขาดดุลงบประมาณที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าการใช้จ่ายงบประมาณในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้าน
- ควรมีการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการรั่วไหล
- ควรเน้นการลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้และลดการนำเข้า
- ควรมีมาตรการในการลดหนี้สาธารณะในระยะยาว
แม้จะมีการโต้แย้งกันบ้าง แต่ในที่สุดสภาก็ได้ลงมติรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยเสียงข้างมาก ทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ต่อไปได้ตามแผนที่วางไว้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่างบประมาณนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ร้อยละ 3.5-4 ในปี 2569 โดยเฉพาะจากการลงทุนภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูการบริหารจัดการหนี้สาธารณะและการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด



