ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยคะแนนเสียง 268 ต่อ 150 เสียง โดยมีผู้งดออกเสียง 2 เสียง หลังจากที่ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลาหลายวัน
รายละเอียดของร่างงบประมาณ
ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีวงเงินรวมทั้งสิ้น 3.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.2% โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสาธารณสุขเป็นหลัก
การจัดสรรงบประมาณในแต่ละด้าน
- ด้านการศึกษา: ได้รับงบประมาณ 450,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ
- ด้านสาธารณสุข: ได้รับงบประมาณ 320,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุขและรองรับสังคมสูงวัย
- ด้านโครงสร้างพื้นฐาน: ได้รับงบประมาณ 600,000 ล้านบาท สำหรับโครงการขนส่งทางรางและระบบโลจิสติกส์
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านได้อภิปรายคัดค้านร่างงบประมาณ โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณบางรายการ โดยเฉพาะงบกลางที่เพิ่มขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน กล่าวว่า "งบประมาณนี้ยังคงมีรายการที่ซ้ำซ้อนและไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง"
การตอบโต้ของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภาว่า งบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19
"เราต้องการให้งบประมาณนี้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป คาดว่าการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก่อนที่จะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบและนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย
ทั้งนี้ ร่างงบประมาณดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาและการลงพระปรมาภิไธยจากพระมหากษัตริย์ก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569



