สหรัฐฯ เตรียมออกกฎหมายห้าม TikTok หากไม่ขายกิจการภายใน 1 ปี
สหรัฐฯ เตรียมออกกฎหมายห้าม TikTok หากไม่ขายกิจการ (08.03.2026)

สหรัฐฯ เตรียมออกกฎหมายห้าม TikTok หากไม่ขายกิจการภายใน 1 ปี

รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าพิจารณาออกกฎหมายใหม่ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมจากประเทศจีน โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้บริษัท ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok ต้องขายกิจการให้กับบริษัทที่ไม่ใช่จีนภายในระยะเวลา 1 ปี หากไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่การห้ามใช้งานแอปนี้ในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด

ความกังวลด้านความมั่นคงและความเป็นส่วนตัว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นของทางการสหรัฐฯ เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยมีข้อสงสัยว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกันและส่งต่อให้กับรัฐบาลจีน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเช่น TikTok ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงทางการเมืองหรือการเผยแพร่ข้อมูลเท็จได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจ

หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อผู้ใช้ TikTok มากกว่า 150 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้สร้างเนื้อหาและธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการโฆษณาและสร้างรายได้ โดยอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดดิจิทัลและกระทบต่อเศรษฐกิจในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ByteDance กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเจรจาขายกิจการ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎหมายและการเมืองทั้งในสหรัฐฯ และจีน ทำให้อนาคตของ TikTok ในตลาดอเมริกายังคงคลุมเครือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มและความเคลื่อนไหวในอนาคต

ทางการสหรัฐฯ คาดว่าจะเร่งกระบวนการพิจารณากฎหมายนี้ในเร็วๆ นี้ โดยอาจมีการอภิปรายและลงมติในรัฐสภา ซึ่งหากผ่านการอนุมัติ จะเป็นมาตรการที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจากต่างประเทศ

ในส่วนของ TikTok ทางบริษัทได้ออกมาแถลงการณ์ว่า พวกเขามุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลผู้ใช้และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขข้อกังวลต่างๆ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยแผนการขายกิจการอย่างชัดเจน