ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ และนายสุรชาติ ชาญณรงค์ อดีต สส.จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมพวกอีก 4 คน ในคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2562 โดยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
รายละเอียดคดีฮั้วเลือกตั้งปราจีนบุรี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดปราจีนบุรี โดยนายประยุทธ์และนายสุรชาติ ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างกัน ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำการฮั้วเลือกตั้ง ด้วยการตกลงกันให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งถอนตัวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้อีกฝ่ายชนะการเลือกตั้ง โดยมีการจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทน
อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นายประยุทธ์, นายสุรชาติ, นายสมศักดิ์ ใจตรง (อดีตผู้สมัคร สส.), นายสมชาย วงษ์ดี (อดีตผู้สมัคร สส.), นายบุญเลิศ จันทร์เจริญ และนางสาวจันทร์เพ็ญ แก้วมณี โดยข้อหาหลักคือ ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 และมาตรา 74 ซึ่งเกี่ยวกับการฮั้วเลือกตั้งและการให้หรือรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นไม่ลงสมัครหรือถอนการสมัคร
พยานหลักฐานและคำให้การ
ในชั้นสอบสวนและพิจารณาคดี พยานหลักฐานสำคัญประกอบด้วยบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายประยุทธ์และนายสุรชาติ ที่มีการพูดคุยถึงการถอนตัวของผู้สมัครและการจ่ายเงินค่าตอบแทนจำนวน 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องให้การยืนยันถึงการตกลงดังกล่าว
นายประยุทธ์และนายสุรชาติให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นความเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาฮั้วเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างเห็นว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี แต่ต่อมาศาลฎีกาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานเพิ่มเติมและเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายระบบเลือกตั้งอย่างร้ายแรง จึงเพิ่มโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต
คำพิพากษาศาลฎีกา
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายประยุทธ์, นายสุรชาติ, นายสมศักดิ์, นายสมชาย, นายบุญเลิศ และนางสาวจันทร์เพ็ญ โดยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งหกเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา และริบเงินจำนวน 2 ล้านบาทที่ใช้ในการกระทำความผิด
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของจำเลยทั้งหกตลอดไป ตามมาตรา 73 วรรคสาม ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรานี้ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมืองและประชาชน
ภายหลังคำพิพากษา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการฮั้วเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำลายความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย
ด้านนายประยุทธ์และนายสุรชาติยังคงยืนยันความบริสุทธิ์และเตรียมยื่นคำร้องขอให้ศาลทบทวนคำพิพากษา โดยทนายความของจำเลยทั้งสองกล่าวว่า จะใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป
ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีส่วนใหญ่แสดงความพอใจต่อคำพิพากษา โดยมองว่าเป็นการลงโทษที่เหมาะสมกับความผิดที่บ่อนทำลายระบบเลือกตั้ง ขณะที่บางส่วนเห็นว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตอาจรุนแรงเกินไป แต่ก็ยอมรับว่าการฮั้วเลือกตั้งเป็นความผิดร้ายแรงที่ควรได้รับโทษหนัก
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
คดีนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อวงการเมืองไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันหลายแห่งออกมาแสดงความชื่นชมต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา และเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับทุกรายที่กระทำผิดลักษณะเดียวกัน
นอกจากนี้ คดียังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการฮั้วเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่ถูกลงโทษ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครที่สุจริต อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมว่า การพิจารณาคดีใช้เวลานานถึง 5 ปี ซึ่งอาจทำให้ผู้กระทำผิดหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษได้ในบางกรณี



