หัวหน้าที่ปรึกษากฎหมาย Goldman Sachs ลาออก หลังเอกสารเอปสตีนเผยความสัมพันธ์ใกล้ชิด
แคทธริน รูมม์เลอร์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านกฎหมายของธนาคารเพื่อการลงทุน Goldman Sachs ได้ยื่นจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการแล้ว หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาปล่อยเอกสารและอีเมลเพิ่มเติมจากแฟ้มคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ ซึ่งเผยให้เห็นความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สนิทสนมเป็นพิเศษระหว่างทั้งคู่
อีเมลส่อความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
รายงานระบุว่า อีเมลที่ถูกปล่อยออกมาแสดงให้เห็นว่า รูมม์เลอร์ และเอปสตีนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนคำปรึกษาด้านเส้นทางการงานและเรื่องคดีทางเพศอย่างใกล้ชิด โดยในข้อความอีเมล รูมม์เลอร์เรียกเอปสตีนว่า "sweetie" (ที่รัก) และ "uncle Jeffrey" (คุณลุงเจฟฟรีย์) ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าการติดต่อธุรกิจทั่วไป
นอกจากนี้ ในปี 2015 รูมม์เลอร์ยังส่งอีเมลอวยพรวันเกิดไปยังเอปสตีน โดยเขียนข้อความที่แสดงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ขณะที่เอปสตีนตอบกลับด้วยข้อความที่ส่อไปในเรื่องทางเพศ ตามรายงานของวารสาร Wall Street Journal
การลาออกและปฏิกิริยาจาก Goldman Sachs
เมื่อวานนี้ (13 กุมภาพันธ์) นายเดวิด โซโลมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs เปิดเผยว่าเขาได้รับจดหมายลาออกของรูมม์เลอร์เรียบร้อยแล้ว พร้อมชื่นชมว่า คำแนะนำด้านกฎหมายของเธอทำประโยชน์อย่างมากให้บริษัทมาโดยตลอด และเธอเป็นบุคคลที่มีความสามารถสูง
โซโลมอนยังกล่าวว่า เขาเคารพการตัดสินใจลาออกของรูมม์เลอร์ ซึ่งจะมีผลในสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ แม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเอปสตีนจะเป็นที่รับรู้ในสาธารณะมาหลายเดือนแล้ว แต่ Goldman Sachs ยังคงแสดงการสนับสนุนต่อเธออย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้
เครือข่ายและประวัติของรูมม์เลอร์
รูมม์เลอร์เคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระหว่างปี 2009 ถึง 2011 ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ทำเนียบขาวในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายจนถึงเดือนมิถุนายนปี 2014
เธอเข้าร่วมทำงานกับ Goldman Sachs ในปี 2020 หลังจากย้ายมาจาก Latham & Watkins ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักงานกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประวัติการทำงานที่โดดเด่นนี้ทำให้การลาออกในครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนในแวดวงการเงินและกฎหมายอย่างมาก
ความเชื่อมโยงกับคดีเอปสตีน
เอกสารที่ปล่อยออกมายังเผยว่า รูมม์เลอร์เป็นหนึ่งในสามคนที่เอปสตีนโทรศัพท์ติดต่อจากเรือนจำ หลังถูกจับกุมในข้อหาค้าประเวณีเด็กเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ซึ่งเสริมให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ยังคงดำเนินต่อไปแม้เอปสตีนจะถูกตัดสินความผิดในคดีล่อลวงเยาวชนเมื่อปี 2008 แล้วก็ตาม
เครือข่ายความสัมพันธ์ของเอปสตีนกับมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลทั่วโลก โดยเฉพาะหลังได้รับการปล่อยตัวในปี 2009 ได้กลายเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงไปทั่วโลก การเปิดเผยเอกสารในครั้งนี้จึงเพิ่มแรงกดดันให้กับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง



