หมอวรงค์ เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิด "TH-AI Passport" ล็อกสเปก
หมอวรงค์ เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิด TH-AI Passport ล็อกสเปก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ถึงการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังจากถูกประธานสภาฯ ปิดกั้นไม่ให้อภิปรายในที่ประชุม โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวมีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนที่พัวพันกับบริษัทแพลน บี พร้อมเตรียมยื่นหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้

หลักฐานล็อกสเปกใน TOR 33 หน้า

นพ.วรงค์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเอกสาร TOR ของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีทั้งหมด 33 หน้า 17 หัวข้อ พบว่าในหัวข้อที่ 4 ว่าด้วยขอบเขตการดำเนินงาน กำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเชื่อมโยงไปยังหัวข้อที่ 8 เรื่องการส่งมอบสิ่งของ โดยระบุว่าหากไม่ดำเนินการตามข้อ 4 จะไม่ได้รับเงินค่าจ้างที่แบ่งเป็น 5 งวด งวดละประมาณ 324 ล้านบาท

นอกจากนี้ TOR ยังกำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีจอดิจิทัลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามแหล่งธุรกิจ 400 จุด โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา และไม่น้อยกว่า 6,000 จุด รวมถึงในห้างและนอกห้างไม่น้อยกว่า 200 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เตือน รมว.ดีอี ดูคดีจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง

นพ.วรงค์กล่าวว่า ตนไม่ได้กล่าวหาบริษัทแพลน บี แต่กล่าวหาส่วนราชการที่ออก TOR เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียว แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะยืนยันว่าไม่รับรู้ แต่ตนได้อภิปรายเรื่องนี้ในสภาแล้ว และเตือนให้ดูโครงการจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง ซึ่งตนเคยอภิปรายเตือนนายกรัฐมนตรีหญิงในขณะนั้นแต่ถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายศาลเชื่อการอภิปรายในสภาและตัดสินว่านายกฯ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและโดยมิชอบ 2 ข้อหา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

"วันนี้ผมถูกปิดปากในสภา จึงต้องมาแถลงข่าวชี้แจง รัฐมนตรีดีอีจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ถ้าท่านยังเดินหน้าต่อก็จะถูกข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต" นพ.วรงค์กล่าว

ยื่น ป.ป.ช. 26 มิถุนายนนี้

นพ.วรงค์ระบุว่า ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. จะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างละเอียด พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปิดพื้นที่ในสภาให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ตามนโยบายปราบปรามการทุจริตที่เคยประกาศไว้