ชัชชาติไม่กังวลคะแนนหาบเร่หาย ยันเดินหน้าจัดระเบียบทางเท้า
ชัชชาติไม่กังวลคะแนนหาบเร่หาย ยันเดินหน้าจัดระเบียบทางเท้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ เปิดเผยถึงนโยบายการจัดระเบียบถนนสีลม ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีผู้ค้าประมาณ 20,000 ราย แต่มีจุดผ่อนผันเพียง 60 จุด ขณะที่จุดที่ผิดกฎหมายมีมากกว่า 700 จุด ซึ่งเป็นที่มาของระบบส่วย

การจัดการผู้ค้าหาบเร่แผงลอย

นายชัชชาติกล่าวว่า จำเป็นต้องจัดระเบียบให้ดีขึ้น โดยนำผู้ค้าเข้าสู่จุดผ่อนผันและหาพื้นที่ค้าขายให้ หลังจากดำเนินการ ล่าสุดเหลือผู้ค้าเพียง 10,000 กว่าราย ส่วนที่เหลือย้ายไปอยู่ศูนย์เอกชนและศูนย์อิ่มท้องของกรุงเทพมหานครแล้ว ส่งผลให้เมืองเป็นระเบียบมากขึ้น จุดที่มีปัญหามานาน เช่น โบ๊เบ๊ ตลาดลาว สีลม และสุขุมวิท สถานการณ์ดีขึ้น และความรู้สึกของพ่อค้าแม่ค้าที่มีต่อตนเองก็ดีขึ้น เห็นได้จากตอนขึ้นรถหาเสียงไม่มีคนด่า

ประเด็นส่วยเทศกิจ

ในส่วนของส่วยเทศกิจที่ผู้ค้าอ้างว่าจ่ายเงิน 500 บาทเพื่อขายได้ นายชัชชาติชี้แจงว่า หากเป็นจุดผ่อนผันจะเสียค่าปรับ 500 บาทต่อปี พร้อมค่าขยะเล็กน้อย ส่วนนอกจุดผ่อนผันจะต้องจ่ายค่าปรับ นายจักรพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. เสริมว่า หากอยู่นอกจุดผ่อนผัน สำนักงานเขตสามารถเปรียบเทียบปรับครั้งละ 300-500 บาท หลังจากปรับแล้วผู้ค้าจะไม่สามารถขายจุดนั้นได้อีก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เคยลงพื้นที่และเห็นว่าหากผู้ค้าอยู่นอกจุดผ่อนผันและถูกปรับ กรุงเทพมหานครต้องหาพื้นที่ค้าขายให้ ขณะนี้กำลังดำเนินการหาพื้นที่ดังกล่าว ในอนาคตผู้ค้าที่เคยอยู่ในจุดผ่อนผันจะสามารถกลับมาค้าขายได้ นายชัชชาติได้หารือกับผู้บริหารกรุงเทพมหานครในสัปดาห์สุดท้ายก่อนหมดวาระ เช่นเดียวกับพื้นที่บางรักที่เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาผ่อนผัน โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาแล้ว

ย้ำจุดผ่อนผันต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ทางเท้า

นายชัชชาติย้ำว่า “จุดผ่อนผันต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ทางเท้าของผู้อื่น” ส่วนนโยบายปราบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยอาจทำให้ผู้ค้าไม่เลือกตนกลับมาเป็นผู้ว่าฯ แต่หากได้รับเลือกจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อ โดยยึดคนส่วนรวมเป็นหลัก บ้านเมืองต้องมีระเบียบและเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่าไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ หากพื้นที่ไหนผ่อนผันได้หรือต้องใช้เวลาแก้ไข จะให้เวลา 6 เดือนสำหรับผู้ค้าเพื่อเตรียมตัวย้ายออกหาที่ค้าขายใหม่ ผลที่ได้ทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น

นายชัชชาติไม่กังวลคะแนนเสียงของคนกลุ่มนี้ เพราะยืนยันจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อว่าคนที่เห็นเมืองมีระเบียบมีมากกว่าคนที่ไม่เอาตนเอง นอกจากนี้ การได้เห็นคนเดินบนถนนและผู้ค้าเคารพสิทธิ์ของคนเดินมากขึ้น ไม่ล้ำเส้นการเดินของประชาชน ยืนยันจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อหากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง พร้อมมองว่าการค้าขายบนทางเท้าเป็นอาชีพชั่วคราว ในอนาคตต้องมีอาชีพที่มั่นคงด้วยการหาพื้นที่เอกชนให้ค้าขาย