นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ในการปรับปรุงอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท โดยใช้งบประมาณที่ประหยัดได้จากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันมาบริหารจัดการ
รายละเอียดการปรับอัตราจ่าย
การปรับลดอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันนั้นไม่กระทบต่อคุณภาพการรักษา แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับราคายาที่ลดลง โดยหลังผ่าตัดเดือนที่ 13-24 ปรับจาก 20,000 บาทต่อเดือน เป็น 18,000 บาทต่อเดือน และหลัง 24 เดือนขึ้นไป ปรับจาก 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 13,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนนี้ทำให้สามารถนำงบที่ประหยัดได้กลับมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน
การปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- สำหรับผู้รับบริจาค: จาก 30,000 บาทต่อราย เป็น 40,000 บาทต่อราย
- สำหรับผู้บริจาคที่มีชีวิต: จาก 40,000 บาทต่อราย เป็น 45,000 บาทต่อราย
การปรับค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและปลูกถ่ายตับ
- ค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ: เหมาจ่าย 600,000 บาทต่อราย
- ค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็ก: 660,000 บาทต่อราย
- สำหรับการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะกลางและระยะสุดท้าย ปรับจากเดิมที่เหมาจ่ายรวมค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาคและค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 600,000 บาทต่อราย เป็นการแยกจ่ายให้ชัดเจน ได้แก่ ค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาค 200,000 บาทต่อราย และค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 660,000 บาทต่อราย เพื่อสะท้อนภาระบริการที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น
การเพิ่มชดเชยค่ารักษาภาวะแทรกซ้อน
นอกจากนี้ ยังเพิ่มการชดเชยค่ารักษาในกรณีผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus: CMV) ซึ่งมักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ โดยกำหนดอัตราชดเชยสำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ CMV จำนวน 180,000 บาทต่อราย และกรณีตรวจพบเชื้อ CMV ในกระแสเลือด จำนวน 40,000 บาทต่อราย จากเดิมที่ยังไม่มีรายการชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากขึ้น
“การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นบริการสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง เด็กที่จำเป็นต้องปลูกถ่ายตับ และผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย การปรับอัตราจ่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขเบิกจ่าย แต่เป็นการเสริมความมั่นคงของระบบบริการ ทำให้หน่วยบริการสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระต้นทุนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างเป็นธรรม” นางสาวพลอยทะเลกล่าว



