นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 หลังจากที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมจนเรียบร้อย โดยกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระของประชาชนและผู้ประกอบการในการติดต่อกับหน่วยงานรัฐ พร้อมทั้งยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่
กฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ลดการเรียกเอกสารซ้ำ: หน่วยงานรัฐต้องลดการเรียกเอกสารที่ซ้ำซ้อน หากข้อมูลดังกล่าวมีอยู่แล้วในระบบของรัฐ หรือสามารถเชื่อมโยงจากระบบกลางได้ จะไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องนำเอกสารมายื่นใหม่อีกครั้ง
- ระบบซูเปอร์ไลเซนส์ (Super License): ในกิจการที่ต้องขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน เมื่อได้รับใบอนุญาตหลักแล้ว ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตรองที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการเดินเอกสารหลายรอบและหลายหน่วยงาน
- ศูนย์รับคำขอกลาง: จัดตั้งศูนย์รับคำขอเพื่อรับคำขอและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปติดต่อหลายแห่ง
ผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
นางสาวรัชดากล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจทราบขั้นตอน ระยะเวลา เอกสาร และค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานภาครัฐและรองรับเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ากฎหมายและระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐควบคู่กัน โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพบริการ ลดการเรียกเอกสารซ้ำ และช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น
“รัฐบาลไม่ได้ปรับปรุงกฎหมายแบบแยกส่วน แต่ทำการแก้ไขกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ให้หน่วยงานรัฐทำงานคล่องตัวขึ้น ประชาชนติดต่อราชการได้สะดวก ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการมีงานทำของประชาชน” นางสาวรัชดากล่าวในตอนท้าย



