กรมทรัพย์สินฯ เผยผลงานปราบปราม 3 เดือน ยึดสินค้าละเมิด 7.2 แสนชิ้น สร้างความเสียหาย 757 ล้านบาท
วันนี้ (30 มีนาคม 2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยผลการดำเนินงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) โดยสามารถจับกุมสินค้าละเมิดได้ 150 คดี ยึดของกลางกว่า 5.2 แสนชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 690 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 65.58% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568
ผลงานตลอดปี 2568 และการปราบปรามช่องทางออนไลน์
สำหรับผลการบูรณาการปราบปรามตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถจับกุมได้ 1,180 คดี ยึดของกลาง 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1,175 ล้านบาท ในส่วนของการปราบปรามผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 จับกุมสินค้าละเมิด 57 คดี ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 67 ล้านบาท โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 362% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ผลการปราบปรามการละเมิดในช่องทางออนไลน์ตลอดปี 2568 สามารถจับกุมได้ 275 คดี ยึดของกลาง 4.75 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 183 ล้านบาท
ความร่วมมือและมาตรการเชิงรุก
นางอรมน กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และผู้ประกอบการด้านการค้า โดยมีการลงพื้นที่ตรวจค้นแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดในพื้นที่เสี่ยงสำคัญทั่วประเทศ รวมถึงการเฝ้าระวังการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลไปสู่การจับกุมผู้นำเข้าและผู้กระทำผิดรายใหญ่ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดเข้ามาในประเทศ โดยพบว่าสินค้าส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ก่อนกระจายเข้าสู่ท้องตลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง
แผนยกระดับการปราบปรามและสร้างความเชื่อมั่น
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแผนยกระดับการปราบปรามให้มีประสิทธิภาพในทุกมิติ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคเอกชนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น และใช้กฎหมายฟอกเงินเพื่อกวาดล้างตัดวงจรผู้กระทำความผิดรายใหญ่
พร้อมกันนี้ ยังมุ่งเน้นการระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ขยายความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในการขยายผลการจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และสร้างความตระหนักรู้ในภัยอันตรายของการใช้ของปลอม
รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก ตลอดจนการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคให้ตระหนักถึงผลกระทบของสินค้าละเมิด และส่งเสริมการเลือกซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย
กลไกสำคัญเพื่อเศรษฐกิจไทย
กรมฯ ย้ำว่า การส่งเสริมการใช้สินค้าถูกกฎหมายควบคู่กับการปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างจริงจัง จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในระยะยาว
การดำเนินงานเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ



