ศาลฎีกายกฟ้อง กกต. ไม่ต้องจ่าย 70 ล้าน คดีสุรพล เกียรติไชยากร กรณีใบส้มเลือกตั้ง 62
ศาลฎีกายกฟ้อง กกต. ไม่จ่าย 70 ล้าน คดีสุรพล เกียรติไชยากร

ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง กกต. ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย 70 ล้านบาท ในคดีสุรพล เกียรติไชยากร

ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส.เชียงใหม่ ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท กรณีสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2562 จากข้อหาทำบุญ 2,000 บาท โดยศาลชี้ว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่โดยชอบ และไม่มีเหตุโกรธเคืองส่วนตัวใดๆ

รายละเอียดคดีและผลการพิจารณา

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้นัดฟังคำพิพากษาชั้นฎีกาในคดีดังกล่าว ซึ่งย้อนกลับไปในการเลือกตั้งปี 2562 นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 8 เชียงใหม่ ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนกว่า 52,000 คะแนน แต่ถูก กกต. ชุดปี 2562 พิจารณาให้ใบส้ม จากข้อร้องเรียนกรณีใส่ซองทำบุญวันเกิด 2,000 บาท ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังวันเลือกตั้ง ส่งผลให้มีการเลือกตั้งใหม่และนายสุรพลถูกตัดสิทธิชั่วคราว

คดีนี้กลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ กกต. ชดใช้ค่าเสียหายรวมดอกเบี้ย 70 ล้านบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ชดใช้ 62 ล้านบาท แต่ล่าสุดศาลฎีกาได้พิจารณาและมีคำพิพากษากลับยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า กกต. ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองที่จะใช้อำนาจเพื่อปรักปรำนายสุรพลให้มีความผิด ทำให้ กกต. ไม่ต้องจ่ายค่าชดใช้จำนวนดังกล่าวตามที่ศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไว้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากนายสุรพล เกียรติไชยากร

ด้านนายสุรพล เกียรติไชยากร ระบุว่า แม้ผลทางแพ่งจะไม่ออกมาตามที่คาดการณ์ แต่ในแง่ของความบริสุทธิ์ใจ เขาได้รับการยืนยันจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ได้มีการซื้อเสียง และขอน้อมรับคำตัดสินในครั้งนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

"ผมยังคงเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม และพร้อมจะเดินหน้าทำงานการเมืองตามความต้องการของประชาชนต่อไป" นายสุรพลกล่าว พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรับใช้ประชาชนแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมาย

ความสำคัญของคดีและผลกระทบ

คดีนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในกระบวนการยุติธรรมและการเลือกตั้งไทย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การใช้อำนาจของ กกต. ศาลฎีกายืนยันว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอคติส่วนตัว
  • ความโปร่งใสในการเลือกตั้ง กรณีนี้ถูกใช้เป็นตัวอย่างในการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการ
  • ผลกระทบต่อนักการเมือง แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำเล็กน้อย

การพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากคดีที่ดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนมาเป็นเวลานาน และอาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินคดีที่คล้ายคลึงกันในอนาคต