รัฐบาลบีบโรงกลั่นลดค่าการกลั่นน้ำมัน หวังราคาดีเซลไม่พุ่ง 60 บาท/ลิตร ป้องกันจีดีพีติดลบ
รัฐบาลบีบโรงกลั่นลดค่าการกลั่นน้ำมัน ป้องกันดีเซล 60 บาท/ลิตร (07.04.2026)

วิกฤตราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง รัฐบาลเร่งบีบโรงกลั่นลดค่าการกลั่น ป้องกันจีดีพีติดลบ

สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ราคาพุ่งสูงเกิน 20 บาทต่อลิตร ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งมาตรการเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

มาตรการรัฐบาลลดค่าการกลั่นน้ำมันหวังกดราคาหน้าปั๊ม

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้แถลงถึงมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่จะลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้ราคาหน้าปั๊มลดลงตามมา อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นน้ำมันซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญยังคงสูงถึง 17.50 บาทต่อลิตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตรอย่างมาก

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน วิเคราะห์ว่า การลดค่าการกลั่นควรเป็นแนวทางที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากขณะนี้ค่าการกลั่นถูกโยงกับราคาหน้าโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 200% ในขณะที่ราคาดีเซลเพิ่มขึ้น 68.8% เท่านั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กองทุนน้ำมันติดลบหนัก รัฐบาลพิจารณากู้เงินชดเชย

กองทุนน้ำมันของไทยกำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลอาจต้องพิจารณากู้เงินเพื่อมาชดเชยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลว่าหากกู้เงินมา ชาวบ้านอาจต้องแบกรับภาระสองเด้ง ทั้งจากภาษีน้ำมันและเงินกู้ที่ต้องชำระในอนาคต

นอกจากนี้ รัฐบาลยังถูกวิจารณ์ว่าไม่มีมาตรการลดภาษีน้ำมันอย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศเวียดนามได้ลดภาษีน้ำมันเหลือ 0 บาทต่อลิตรจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรง หากดีเซลพุ่ง 60 บาท/ลิตร

จากการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจพบว่า หากราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึง 60 บาทต่อลิตร อาจส่งผลให้จีดีพีของไทยลดลงเหลือเพียง 0.5% ต่อปี และบางไตรมาสอาจติดลบ ซึ่งขัดแย้งกับคาดการณ์เดิมที่จีดีพีจะเติบโต 2% ในปีนี้

สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง 5-6% การเลิกจ้างงานจำนวนมาก และเศรษฐกิจชะงักงัน โดยประชาชนควรเตรียมรับมือกับภาวะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ข้อเสนอปฏิรูประบบราคาน้ำมันไทย

ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ไทยปรับโครงสร้างการคำนวณราคาน้ำมันใหม่ โดยกำหนดเพดานค่าการกลั่นไม่เกิน 5 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งเปิดให้มีการแข่งขันเสรีในตลาดโรงกลั่น แต่รัฐบาลต้องควบคุมราคาแบบประเทศเวียดนาม ที่กำหนดสูตรราคาโดยรัฐเพื่อปกป้องประชาชน

ในขณะที่โรงกลั่นอ้างว่าต้นทุนการขนส่งและราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะสงคราม แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าบริษัทน้ำมันได้เก็บเกี่ยวกำไรมาเป็นเวลานานแล้ว และควรแบ่งเบาภาระในช่วงวิกฤต

โดยรวมแล้ว วิกฤตราคาพลังงานครั้งนี้ยังคงต้องการการแก้ไขที่รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยและประชาชนต้องแบกรับภาระหนักเกินไป