ณัฐวุฒิเร่งรัฐบาลแก้กฎหมายสมรสเท่าเทียม 480 วันยังไม่คืบ
ณัฐวุฒิเร่งรัฐบาลแก้กฎหมายสมรสเท่าเทียม 480 วันยังไม่คืบ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งติดตามการทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวมาตรา 68 กำหนดให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบต้องประเมินผลสัมฤทธิ์และดำเนินการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอร่างแก้ไขต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ ซึ่งครบกำหนดไปตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกิน 480 วันแล้ว แต่การแก้ไขกฎหมายเหล่านั้นยังไม่แล้วเสร็จ

กฎหมายที่ต้องแก้ไขมี 2 กลุ่ม

นายณัฐวุฒิชี้แจงว่ากฎหมายที่ต้องแก้ไขปรับปรุงสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกประมาณ 70-80 ฉบับ เป็นกฎหมายที่แม้ยังไม่ได้แก้ถ้อยคำให้ตรงกับความหมายของคู่สมรสตามกฎหมายใหม่ แต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้เปิดช่องรับรองสิทธิของคู่สมรสเพศหลากหลายไว้โดยอัตโนมัติ เช่น สิทธิในการรับมรดกและสิทธิในการรักษาพยาบาล

กลุ่มที่สองมีกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับที่หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขจะกระทบอย่างมากต่อสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ประมวลรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และสิทธิทางภาษีต่อบุตรหรือบุตรบุญธรรม
  • พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ซึ่งปัจจุบันจำกัดสิทธิเฉพาะคู่สมรสชาย-หญิงที่หญิงนั้นไม่อาจตั้งครรภ์เองได้ หากไม่แก้ไข คู่สมรสชาย-ชาย หรือหญิง-หญิง จะไม่สามารถใช้สิทธิในการอุ้มบุญอย่างถูกกฎหมาย
  • พ.ร.บ.สัญชาติ 2508 ที่กำหนดเงื่อนไขการขอสัญชาติไทยไว้ต่างกัน โดยเปิดให้กรณีหญิงต่างชาติที่สมรสกับผู้มีสัญชาติไทยยื่นขอสัญชาติได้ง่ายกว่า แต่รูปแบบนี้คิดเป็นเพียง 1 ใน 5 ของการสมรสทั้งหมด ส่งผลให้รูปแบบอื่นรวมถึงคู่สมรสหลากหลายทางเพศต้องใช้เกณฑ์แปลงสัญชาติที่ยากกว่าอย่างไม่เป็นธรรม

ข้อกังวลของหน่วยงานรัฐ

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับกฎหมายอุ้มบุญ กระทรวงสาธารณสุขมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การค้ามนุษย์ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยกังวลว่าพ.ร.บ.สัญชาติอาจเป็นช่องทางให้บุคคลบางกลุ่มใช้การสมรสบังหน้าเพื่อแปลงสัญชาติ อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิมองว่าประเด็นเหล่านี้สามารถออกแบบกลไกและแนวทางป้องกันได้ และยังจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกคน

นายณัฐวุฒิยังเปิดเผยว่า ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้เชิญกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงความคืบหน้า แต่ทั้งสองหน่วยงานเพียงบอกว่าอยู่ในขั้นตอนยกร่างและเปิดรับฟังความคิดเห็น แล้วก็เงียบหายไป

พรรคประชาชนเตรียมยกร่างกฎหมายเอง

นายณัฐวุฒิระบุว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนประกาศจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ตนได้อภิปรายย้ำเตือนว่า Pride Month ที่จะถึงในเดือนมิถุนายน ไม่ควรเป็นเพียงอีเวนต์ประจำปีของรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องใส่ใจเนื้อหาสาระและการรับรองสิทธิทางกฎหมายของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะเรื่องนี้สะท้อนเจตจำนงของรัฐบาลในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศ

ในสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน นายณัฐวุฒิในฐานะกรรมาธิการของ กมธ.กิจการเด็กฯ ได้หารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาชี้แจงและเร่งรัดความคืบหน้า โดยไม่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร พรรคประชาชนจะเดินหน้ายกร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศและทุกคนเข้าถึงสิทธิที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง