ณัฐพงษ์ เผยแผนรับมือทุกสถานการณ์คดี 44 สส. หาก ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาฯ ก่อนแถลงนโยบาย
ณัฐพงษ์ เผยแผนรับมือคดี 44 สส. หาก ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาฯ (07.04.2026)

ณัฐพงษ์ เผยแผนรับมือทุกสถานการณ์คดี 44 สส. หาก ป.ป.ช. ยื่นศาลฎีกาฯ ก่อนแถลงนโยบาย

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการในวันนี้ (7 เมษายน 2569) เกี่ยวกับกรณีคดี 44 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีแผนจะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ทบทวนการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ของ สส. กลุ่มดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีการยื่นในวันที่ 8 เมษายนนี้

ความกังวลต่อกระบวนการเร่งรัดก่อนเทศกาลสงกรานต์

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงขั้นตอนปกติในการยื่นคำร้องว่า หากกระบวนการนี้ติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง อาจส่งผลให้ศาลมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำร้องในช่วงหลังเทศกาลไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาแสดงความกังวลว่า หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนเทศกาลสงกรานต์จริง โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา พบว่ามีความเร่งรัดในการพิจารณาอย่างชัดเจน

เขาเน้นย้ำว่า ผู้ที่มีอำนาจในการกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ไม่ควรกระทำการดังกล่าว เนื่องจากไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะพยายามบล็อกผู้อภิปรายของพรรคประชาชนในการแถลงนโยบายที่กำลังจะเกิดขึ้น "ควรปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด" นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการนิติสงคราม

ในส่วนของภาพรวมคดี 44 สส. นายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า เขาได้สื่อสารมาโดยตลอดว่ากรณีนี้ขัดต่อหลักการที่ สส. มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นกระบวนการนิติสงครามที่ชัดเจน ซึ่งขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นและทำลายล้างพรรคประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

"ยิ่งทำแบบนี้เท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่พึงพอใจต่อประชาชนที่แสวงหาความเป็นธรรม" เขากล่าวอย่างหนักแน่น พร้อมย้ำว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนในกระบวนการยุติธรรม

แผนรองรับทุกสถานการณ์และความเชื่อมั่นในศาลฎีกา

นายณัฐพงษ์ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า พรรคประชาชนมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ไว้แล้ว หากศาลมีคำสั่งให้ผู้ที่อยู่ในคำร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เขาระบุว่า ไม่สามารถพูดแทนศาลหรือบอกศาลได้ว่าต้องการเห็นคำสั่งออกมาในรูปแบบใด แต่เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมและหลักนิติธรรม

"ผมหวังให้ศาลให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะคดีนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นคดีทางการเมือง" นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย โดยอ้างอิงถึงรายงานข่าวที่ผ่านมาว่า ป.ป.ช. มีมติยื่นศาลฎีกาในคดีอดีต 44 สส. ก้าวไกล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

กรณีนี้ยังคงเป็นที่ติดตามอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในบริบททางการเมืองที่ร้อนระอุ และการแถลงนโยบายของพรรคประชาชนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคต