ศาลปกครองเผยสถิติคดีร้อน 18 คดีฟ้อง กกต. ด้านการจัดการเลือกตั้งและประชามติ
ศาลปกครองสูงสุดได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและประชามติ ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยระบุว่ามีการฟ้องร้องการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งสิ้น 18 คดี แบ่งออกเป็น 8 ประเด็นหลักที่กำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชน
ประเด็นหลักของคดีฟ้องร้อง กกต.
คดีทั้ง 18 คดีครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส คดีบัตรเขย่ง ที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง และ การยุบรวมหีบเลือกตั้งโดยมิชอบ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังมี การจัดการเลือกตั้งที่ถูกครหาว่าไม่สุจริต ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง
ผลการพิจารณาคดีล่าสุด
นายประวิตร บุญเทียม รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการประชาสัมพันธ์ศาลปกครอง เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลางได้ยกฟ้องไปแล้ว 1 คดี คือกรณีการลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตเลือกตั้ง 3 วัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์โดยผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีคดีที่ศาลไม่รับฟ้องอีก 2 คดี ได้แก่ คดีการใช้คำว่า "เห็นชอบ" ในการทำประชามติ และคดีบัตรประชามติที่บังคับให้ประชาชนกาเพียง "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" เท่านั้น ขณะที่มี 1 คดีที่ผู้ฟ้องขอถอนฟ้องไปเอง ในกรณีฟ้องว่าการทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ขอบเขตอำนาจของศาลปกครอง
นายประวิตรย้ำว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาเฉพาะส่วนที่เป็นขั้นตอนการดำเนินการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น หากเป็นเรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 จะต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาตัดสิน ซึ่งเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ที่ชัดเจนเพื่อรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม
การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความท้าทายในการจัดการเลือกตั้งและประชามติของประเทศไทย โดยคดีต่างๆ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการเมืองในอนาคต



