กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุยตรวจเข้มธุรกิจนอมินีในพัทยา พบพิรุธคนไทยคนเดียวถือหุ้นแทนต่างชาติกว่า 100 บริษัท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรหลายแห่ง อาทิ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ดำเนินการตรวจสอบธุรกิจนอมินีในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักถูกใช้เป็นช่องทางให้คนต่างชาติหลบเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
พบคนไทยคนเดียวถือหุ้นแทนต่างชาติในบริษัทกว่า 100 แห่ง มูลค่ารวม 300 ล้านบาท
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธสำคัญคือมีคนไทยเพียงคนเดียวที่ถือหุ้นแทนคนต่างชาติในบริษัทมากกว่า 100 บริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งส่อเค้าว่ามีการอำพรางการถือหุ้นเพื่อให้คนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจต้องห้ามหรือธุรกิจที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายได้โดยง่าย นอกจากนี้ ยังตรวจพบสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ที่ใช้ที่ตั้งเดียวกันในการจดทะเบียนบริษัทหลายแห่ง ซึ่งเพิ่มความน่าสงสัยในพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีที่บิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างร้ายแรง หากตรวจพบการกระทำผิด จะประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะจะมีความผิดเช่นเดียวกับคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
เพิกถอนใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว 4 ราย พร้อมขู่โทษหนักทางกฎหมาย
ในส่วนของธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่พบนิติบุคคล 4 ราย ที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทจนทำให้สัดส่วนของกรรมการไม่เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตทันที โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบได้แก่ บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด, บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด และบริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบธุรกิจต่างด้าว 3 ราย ที่ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวดำเนินการ โดยจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังพบว่าในจังหวัดชลบุรีมีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจต้องห้ามถึง 146 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่แพร่หลายและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
โทษทางกฎหมายรุนแรง เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการสนับสนุนธุรกิจนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เน้นย้ำถึงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนอมินี ซึ่งรวมถึงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล อาจมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐที่มุ่งตรวจสอบธุรกิจนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ



